Official Update :

OSP โชว์ศักยภาพการบริหาร ทำกำไรไตรมาส 3 สุทธิ 700 ลบ. ชู ‘Operational Excellence’ สร้างการเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

บมจ. โอสถสภา (OSP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2568 สามารถรักษาโครงสร้างกำไรในระดับสูงต่อเนื่องแม้อยู่ในภาวะตลาดที่ท้าทาย อัตรากำไรขั้นต้น 38.5% เพิ่มขึ้น 2.4% YoY หนุนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 293.8% YoY และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY สะท้อนความสามารถการปรับตัวและการบริหารจัดการอย่างมีวิสัยทัศน์ภายใต้กลยุทธ์ Operational Excellence เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการควบคุมค่าใช้จ่าย พร้อมมุ่งหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อขยายธุรกิจและสร้างผลตอบ แทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว


นางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีวิสัยทัศน์ ประกอบกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากปรับสัดส่วนกำลังการผลิตให้เหมาะสม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ปรับกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ (ROI-driven) ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงถึง 13.0% จากไตรมาสก่อน  และผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 (กรกฏาคม-กันยายน) ยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศเติบโต 4.7% (YoY) และ 2.4% (QoQ) สวนทางกับตลาดเครื่องดื่มในประเทศที่ชะลอตัว ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มในประเทศอย่างชัดเจน  รักษาความเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาดคงที่ที่ 44.4% ด้วยกลยุทธ์ Brand Portfolio ที่มีผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมายและทุกระดับราคา การทำกิจกรรมการตลาดตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์อันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการทำตลาดเชิงรุกปรับกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่าย (Route to Market) เพื่อให้มั่นใจว่ามีจุดจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ  ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง ด้านกลุ่มเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ยังคงเติบโตต่อเนื่อง  มีส่วนแบ่งการตลาด 47.8% เพิ่มขึ้น 0.3% จากไตรมาสก่อน  โดยเฉพาะเครื่องดื่มเปปทีนที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น 0.9% ตอบโจทย์กระแสรักสุขภาพ และเครื่องดื่มซี-วิท ยังคงเป็นผู้นำอันดับหนึ่งกลุ่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซีด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 77.6%  สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ


ด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคล แบรนด์ ‘เบบี้มายด์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งตลาดผลิตภัณฑ์สบู่เหลวอาบน้ำเด็ก อันดับสองในตลาดผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก และแบรนด์ทเวลฟ์พลัสครองอันดับสองในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายสำหรับผู้หญิง โดยทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ต่อยอดจุดแข็งด้านความอ่อนโยนของแบรนด์ เบบี้มายด์ขยายเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น (Feminine Wash) ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่เปิดตัว และก้าวขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ขายดีในร้านวัตสันได้สำเร็จ ทั้งนี้ในไตรมาส 3/2568 โอสถสภาทำรายได้จากการขาย 5,604 ล้านบาท ลดลง 7.3 (YoY) และ 17.7%(QoQ) เป็นผลมาจากรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลที่ลดลงจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนตัวจากสภาวะเศรษฐกิจ และผลกระทบจากการปิดด่านชายแดนเมียนมา ประกอบกับรายได้จากการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในอินโดนีเซียและกัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยมหภาค และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเมียนมาที่ชะลอตัวในช่วงต้นของไตรมาสจากปัจจัยด้านฤดูกาลและความไม่แน่นอนทางการเมืองแต่ได้เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในเดือนกันยายน


นางสาวรติพร กล่าวเพิ่มเติมว่า  “บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดและวงจรเงินทุนหมุนเวียน (Cash Conversion Cycle) อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ทั้งนี้ภาพรวม 9 เดือนแรก บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 2,680 ล้านบาท เติบโต 10.6% (YoY) จากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีวิสัยทัศน์  ภายใต้กลยุทธ์ที่ชัดเจนและการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ  การบริหารลูกหนี้และระดับสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงลดภาระหนี้สินที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยได้ตามแผน มุ่งยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้าและกำลังซื้อที่อ่อนตัว เรายังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารต่อรายได้รวมได้ดีเยี่ยม เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น”

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us