ก.ล.ต. กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหาร CMO กับพวก รวม 4 ราย ต่อ บก.ปอศ. กรณีกระทำการทุจริต จนทำให้เกิดความเสียหาย CMO

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษอดีตกรรมการและผู้บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) (CMO) กับพวกรวม 4 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในข้อหาร่วมกันกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต ผ่านการลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทย่อยราย บริษัท โมเมนตัม เอส จำกัด (MTS) เป็นเหตุให้ CMO ได้รับความเสียหาย


จากกรณีผู้สอบบัญชีของ CMO ได้ปฏิบัติตามมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ) แจ้งความผิดปกติจากการตรวจสอบบัญชีประจำปี 2566 ในเดือนตุลาคม 2566 พบธุรกรรมการลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทย่อยราย MTS และรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ที่ได้จัดทำตามคำสั่งของ ก.ล.ต. และ CMO ส่งให้ ก.ล.ต. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นั้น


ก.ล.ต. ได้ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าวและพบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า อดีตกรรมการ/ผู้บริหารของ CMO 2 ราย ได้แก่ นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ และนายกิตติ พัวถาวรสกุล และพวกอีก 2 ราย ได้แก่ นายสุรเดช ตั้งเสถียรชัยกุล และบริษัท ที มันนี่ (ไทยแลนด์) จำกัด (T-Money) กระทำการทุจริตผ่านการลงทุนซื้อหุ้น MTS โดยพบว่า นายกิตติศักดิ์ และนายกิตติ นำ T-Money ไปซื้อหุ้น MTS จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมในราคาทุนเพียง 400,000 บาท ก่อนนำไปขายต่อให้แก่ CMO ในราคา 65 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินกว่าราคาที่สามารถซื้อได้จริง และพบว่าบุคคลดังกล่าวทั้ง 2 รายเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากส่วนต่าง (กำไร) จากการขายหุ้นดังกล่าว เป็นเหตุให้ CMO ได้รับความเสียหาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ


การกระทำของบุคคล/นิติบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 307 มาตรา 311 มาตรา 313 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลทั้ง 4 รายต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมทั้ง ก.ล.ต. ยังได้แจ้งการดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วยเนื่องจากเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม


การถูกกล่าวโทษในข้อหาความผิดที่กล่าว ย่อมเป็นเหตุให้บุคคลข้างต้นเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจและไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวโทษดำเนินคดี นับแต่วันที่ ก.ล.ต. มีหนังสือกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. 


ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว

Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us