Official Update :

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่เกณฑ์ ‘ร้อนแรง’ นักลงทุนจับตาแรงหนุนจากสถานการณ์การเมืองไทย และเงินทุนไหลเข้า ปัจจัยฉุดคือเศรษฐกิจถดถอยและเงินบาทผันผวน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนธันวาคม 2568 (สำรวจระหว่างวันที่ 19-31 ธันวาคม 2568)  พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 156.60 นักลงทุนมองว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ  รองลงมาคือ ความผันผวนของค่าเงินบาท และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ


ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนธันวาคม 2568 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มีนาคม 2569) อยู่ในเกณฑ์ ร้อนแรง” (ช่วงค่าดัชนี 120-159) ที่ระดับ 60

  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

  • หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK)

  • หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดแฟชั่น (FASHION)

  • ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ

  • ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ 


ผลสำรวจ ณ เดือนธันวาคม 2568 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับเพิ่ม 8.2% อยู่ที่ระดับ 102.67 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 12.0% อยู่ที่ระดับ 140.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 12.8% อยู่ที่ระดับ 133.3 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 100.0% อยู่ที่ระดับ 200.00


ในเดือนธันวาคม 2568 ดัชนี SET ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางการเมืองหลังมีการประกาศยุบสภา ปัญหาชายแดนไทย—กัมพูชา ความผันผวนในตลาดหุ้นโลกจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ  และแรงซื้อขายหลักทรัพย์เบาบางก่อนในช่วงสิ้นปี อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากความชัดเจนทางการเมืองหลังกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ การประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ลง 0.25% เหลือ 1.25% และ FED ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% อยู่ที่ระดับ 3.50% - 3.75% โดย SET Index ณ สิ้นเดือนธันวาคม  2568 ปิดที่ 1,256.67 อยู๋ในระดับใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ 31,474 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6,202 ล้านบาท โดยมูลค่ารวมทั้งปี 2568 นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิรวม 107,097 ล้านบาท


ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สัญญาณที่ชัดเจนขึ้นของทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ และธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติ รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและจีนซึ่งมีความสำคัญต่อภาคส่งออกของไทย ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทั้งในอเมริกา—เวเนซูเอลา จีน-ไต้หวัน และกัมพูชา—ไทย ขณะที่ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่าซึ่งกระทบต่อการส่งออก ความต่อเนื่องและประสิทธิผลของนโยบายเศรษฐกิจภาครัฐ ความคืบหน้าของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ การบริโภคภาคเอกชนหลังช่วงเทศกาล และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน”

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
กลุ่ม KTIS เดินหน้าขยายไลน์ผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.95 ดีกรี ผนึกความร่วมมือองค์การสุรา ขยายฐานสู่กลุ่มผู้บริโภค
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPNREIT ยกระดับมูลค่าสินทรัพย์ ‘เซ็นทรัล พัทยา’ ผนึกกำลัง POP MART-ททท.-เมืองพัทยา สร้างแลนด์มาร์กอาร์ตทอยส์ริมหาดแห่งแรกของโลก
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us