Official Update :

BYD รุกธุรกิจหลักทรัพย์ครบวงจร เดินหน้าจับมือ TSB เตรียมนำ E-Bus 120 คัน เริ่มให้บริการภายในปี 2564

ออมสิน ศิริประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผยความพร้อมในการให้บริการธุรกิจหลักทรัพย์ครบวงจร และความคืบหน้าแผนการลงทุนในธุรกิจเดินรถโดยสารสาธารณะกับบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด หรือ TSB ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมารับมอบรถ E Bus lot แรกไปแล้ว 12 คัน โดยจะรับมอบรถภายในปี 2564 จำนวน 120 คัน ดันรายได้เติบโตเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้


นางสาวออมสิน ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD เปิดเผย แผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ว่ายังคงเดินหน้าพัฒนาการให้บริการในธุรกิจหลักทรัพย์แบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการขยายโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตตามแผนการเข้าลงทุนในธุรกิจเดินรถโดยสารระบบไฟฟ้า หรือ E-Bus ร่วมกับทางบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB ซึ่งได้เข้าตรวจสอบกิจการเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลุ่ม TSB มีแผนจัดซื้อรถโดยสารไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 337 คัน ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยในขณะนี้ รับมอบรถมาแล้วจำนวน 12 คัน และมีแผนรับมอบครั้งต่อไปจำนวน 36 คัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถรับมอบรถแล้วเสร็จภายในปี 2564 จำนวน 120 คัน ซึ่งภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุเลาลง ก็จะเริ่มได้เห็นรายได้จากธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้า นอกจากนี้ TSB ยังมีแผนงานที่จะนำ E-Ticket มาใช้กับระบบการชำระเงินโดยมีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเข้าร่วมสนับสนุน พร้อมกับระบบการดูแลความปลอดภัยและติดตามการเดินรถในทุกเส้นทาง เป็นต้น จากแผนธุรกิจดังกล่าว บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้และการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวได้


นางสาวปทิตตา มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า ถึงแผนการดำเนินงานด้านธุรกิจหลักทรัพย์ ว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ และพัฒนาบุคคลากรไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีการปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Block trade และตราสารอนุพันธ์ โดยการจับมือกับพันธมิตร เพื่อขยายโอกาสทางการตลาด พร้อมกับให้ความรู้ด้านการลงทุนตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับมือโปร ภายใต้โปรเจค “ BYD Online Academy ”


ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 2/2564  บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 60.83 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  205.42% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันในปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมอยู่ที่ (57.70) ล้านบาท และมีผลการดำเนินงานขาดทุน 76.83 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 81.58 ล้านบาท หรือคิดเป็น 51.50 % ซึ่งการขาดทุนดังกล่าว มีสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จำนวน 88.07 ล้านบาท ที่เป็นไปตามหลักทางบัญชี เพื่อความระมัดระวังในการดำเนินงาน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเงินลงทุนและปัญหาในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ทั้งนี้ หากทางลูกหนี้ของบริษัทฯ สามารถชำระเงินได้ตามแผนการชำระที่เจรจาขอผ่อนปรนไว้ ตัวเลขทางบัญชีดังกล่าวก็จะสามารถกลับรายการและคืนมาเป็นรายได้ต่อไป และหากไม่รวมรายการตั้งสำรองทางบัญชีดังกล่าวจะนับได้ว่า บริษัทฯ ได้เริ่มพลิกฟื้นผลการดำเนินงานขึ้นมาในไตรมาสที่ 2 นี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงองค์กร และลดค่าใช้จ่าย เมื่อพิจารณาร่วมกับการประสบผลสำเร็จจากการเพิ่มทุนจำนวน 1,000 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จะนับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ BYD มีศักยภาพที่จะดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ได้ต่อไป

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยแผน “POWER4” ครึ่งปีหลัง เร่งขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียน จ่อชิงเค้ก PDP 2026 รุก PPA-Data Center
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ ‘Green Ecosystem’ ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
Krungsri Finnovate ชวนเปิดมุมมอง “Health is the New Wealth” ใน Future Wellness Economy Forum 2026 สู่โอกาสธุรกิจและการลงทุน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
Private Credit อีกโอกาสลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ทางเลือกสำหรับนักลงทุนมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us