ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ได้รับรางวัล “S&P Global Sustainability Yearbook 2026” โดยผลคะแนนของบริษัทอยู่ในระดับ Top 1% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ซึ่งนับเป็นคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า และนับเป็นคะแนนสูงที่สุดในบรรดาสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่ได้รับการจัดอันดับในปีนี้


ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของไทยยูเนี่ยนจากการประเมินความยั่งยืนระดับองค์กรโดย S&P Global ประจำปี 2568 (Corporate Sustainability Assessment หรือ CSA) ซึ่งเป็นหนึ่งในเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) ที่มีความครอบคลุมและได้รับการยอมรับสูงสุดในระดับสากล โดยผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นในระดับผู้นำอุตสาหกรรมของไทยยูเนี่ยนนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานและการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (human rights due diligence) และการสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม


นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารใน S&P Global Sustainability Yearbook ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของเราภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้ถูกบูรณาการอยู่ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่า นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน”


ทั้งนี้ มีบริษัทมากกว่า 9,200 แห่งทั่วโลกที่ได้รับเชิญให้เข้ารับการประเมิน และมีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ลงในรายงานจำนวน 848 แห่ง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร มีบริษัทที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 30 แห่ง จากบริษัทที่เข้ารับการประเมินทั้งสิ้น 241 แห่ง ซึ่งรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการที่ไทยยูเนี่ยนได้รับการจัดอันดับใน S&P Global Sustainability Yearbook มาอย่างต่อเนื่อง


กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ได้วางกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการสนับสนุนความสมบูรณ์ของมหาสมุทรในระยะยาว เพื่อช่วยสร้างอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจและส่งมอบคุณค่าในระยะยาว


ความสำเร็จในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับผลการประเมินด้าน ESG และมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ ที่บริษัทได้รับเมื่อเร็วๆ นี้ อาทิ คะแนน FTSE Russell ESG ที่ 4.3 จาก 5 คะแนน ผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ระดับ AA และคะแนนการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศจาก CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A-


ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนเคยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry Index) ของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ DJSI มาแล้วถึง 4 ครั้ง ในปี 2561, 2562, 2565 และ 2567


สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ได้ที่ seachangesustainability.org

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us