Official Update :

GFC ตอกย้ำแผนงานปี 69 มุ่งสู่การเติบโตยั่งยืน เร่งขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ-รุกนวัตกรรมล้ำสมัยมีมาร์จินสูง

เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ เปิดแผนงานปี 2569  มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ การขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดสากลและนวัตกรรม High -Margin เพื่อสร้างการเติบโตยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ถือหุ้น โดยรุกขยายฐานลูกค้ากลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ตะวันออกลางและยุโรป -ร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรในกทม.และหัวเมืองใหญ่ -แสวงหาการลงทุนธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลัก ขณะที่ผลงานปี 68 มีกำไรสุทธิ 22.40 ล้านบาท ลดลง 69.52% เป็นผลจากค่าเสื่อมราคาจากการขยายสาขาใหม่ (พระราม 9 และ อุบลราชธานี)


ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สำหรับผู้มีบุตรยาก เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทจะมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดสากลและนวัตกรรม High-Margin เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้น


“เพื่อให้ผลการดำเนินงานกลับสู่ระดับเป้าหมายและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้วางยุทธศาสตร์เชิงรุก โดยการเร่งกิจกรรมการตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะการตลาดต่างประเทศทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มอัตราการใช้บริการสาขาพระราม 9 ได้เต็มศักยภาพ และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น กลุ่ม CLMV กลุ่มตะวันออกกลาง และยุโรป รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกพันธมิตร ทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ และแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อต่อยอดและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจหลัก รวมถึงมุ่งเน้นการเติบโตผ่านบริการที่มีอัตรากำไรสูงและเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การฝากไข่ (Oocyte Freezing) และการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนโดยวิธี PGT-A และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”


ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทงวดปี 2568 ภก.นที กล่าวว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการ จำนวน 352.99 ล้านบาท ลดลง 18.77 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.05% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 371.76 ล้านบาท โดยลดลงจากจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามาทำการรักษา สอดคล้องกับจำนวนรอบของการเก็บไข่สำหรับปี 2568 ที่ลดลงจำนวน 91 รอบ หรือคิดเป็น 9.84% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งนี้ รายได้จากการให้บริการลดลงเพียง 5.05%เนื่องจากถูกชดเชยจากการปรับราคา


ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 22.40 ล้านบาทลดลง 69.52% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 73.50 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายคงที่และค่าเสื่อมราคาจากการขยายสาขาใหม่ (พระราม 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และ อุบลราชธานี) รวมกว่า 29.36 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 0.14 เท่า พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรผ่านการปรับราคาโปรแกรมการรักษาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.31%


ภก นทีกล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 28.60 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6.60 ล้านบาท คงเหลือเงินปันผลที่จะต้องจ่ายตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22 ล้านบาท

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us