Official Update :

กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1% ตามคาด โดยมองเงินเฟ้อสูงขึ้นชั่วคราว รอดูความชัดเจนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง

กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ด้วยเสียง 6:0 โดยมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ภายใต้ความไม่แน่นอนสูง ขณะที่เงินเฟ้อคาดว่าจะปรับสูงขึ้นเกินกรอบ 1-3% บางไตรมาสในปีนี้จากปัจจัยด้านอุปทาน และจะทยอยลดลงกลับเข้ากรอบในปี 2027 มองไปข้างหน้า กนง. จะติดตามผลกระทบของสงครามต่อพลวัตของเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ และผลกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน รวมทั้งขนาดของมาตรการภาครัฐที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม


รูปที่
1 : แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ของ ธปท. (ณ เม.ย. 2026)


เศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากผลกระทบสงคราม แต่อาจมี
Upside จากมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ

  • กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2026 จะขยายตัว 5%YOY ชะลอลงจากปีก่อนที่ 2.4%YOY (รูปที่ 1) ทั้งนี้หากสงครามไม่ได้เกิดขึ้น กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.3%YOY

  • กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมี Upside จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐเพิ่มเติม หากมีเม็ดเงินใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก 3 แสนล้านบาท อาจเพิ่มการเติบโตของ GDP 0.5 – 0.7%YOY แต่จะมีผลชั่วคราวเฉพาะปีนี้


เงินเฟ้อที่จะสูงขึ้นในปีนี้มาจากปัจจัยอุปทานเป็นหลัก และจะลดลงเข้ากรอบในปีหน้า ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย

  • กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยจะอยู่เหนือกรอบเป้าหมายตั้งแต่ไตรมาส 2 ต่อเนื่องนาน 4 ไตรมาส และจะปรับลดลงในปี 2027 ตามราคาพลังงานโลก (ประเมินค่าเฉลี่ยปี 2026 อยู่ที่ 9%)

  • ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อไทยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จากคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่อยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมายเป็นเวลานาน (de-anchored inflation expectation) มีจำกัด เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีโอกาสเกิด wage-price spiral ต่ำ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และอุปสงค์ภายในประเทศยังซบเซา


กนง. มองดอกเบี้ยนโยบายที่
1% เหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจ การตัดสินใจในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป จะเป็น Data Dependent

  • กนง. มองว่าการคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้เหมาะสม ยังสามารถ Look through เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นได้ เนื่องจากสาเหตุมาจากด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นของไทย

  • การตัดสินใจขึ้นและลดดอกเบี้ยในขณะนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจไทย

    • การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เปราะบาง โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

    • การปรับลดดอกเบี้ยท่ามกลางความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลาง

  • กนง. จะยัง Wait-and-see และปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายตามข้อมูลที่เข้ามาเป็นหลัก (Data dependent) ซึ่งจะทำให้ฉากทัศน์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อแตกต่างไป โดยในกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อตลอดปี 2026 ประเมินว่า ในปี 2026 GDP ไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 1%YOY และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปีจะสูงกว่า 5%

 
SCB EIC มองว่า ในระยะต่อไป กนง. จะรอดูความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม โดยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ในช่วง 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า

  • กนง. ไม่ได้มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อตอบสนองต่อเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากด้านอุปทาน

    • แรงกดดันเงินเฟ้อของไทยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเงินเฟ้ออาจไม่มากเท่าเศรษฐกิจอื่น ๆ เนื่องจาก (1) เงินเฟ้อไทยอยู่ในระดับต่ำก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ (รูปที่ 2) (2) รัฐบาลอุดหนุนราคาพลังงานบางส่วน ช่วยลดทอนผลกระทบเงินเฟ้อได้บ้าง และ (3) ผู้ประกอบการอาจส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ไม่มาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเปราะบาง อุปสงค์ในประเทศซบเซา

    • เสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับสูง และ ธปท. มีเครื่องมือในการบริหารจัดการเงินบาทที่อ่อนค่าเร็วได้ ในสถานการณ์เงินทุนไหลออกฉับพลัน

  • กนง. จะไม่เร่งลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อดูแลเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอนสูง อาจยังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อได้ไม่ชัดเจนนัก การเร่งลดดอกเบี้ยในภาวะเช่นนี้อาจลดทอนความเชื่อมั่นต่อกรอบนโยบายการเงินภายใต้เป้าหมายเงินเฟ้อ อีกทั้ง ยังมี Policy space จำกัด

  • ในช่วง 1 – 2 ไตรมาสข้างหน้า กนง. จึงมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบาย แต่หลังจากนั้น กนง. อาจต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม กับความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงหลุดกรอบเป้าหมายยาวนาน

  • มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs จะมีบทบาทมากขึ้นในการรับมือกับวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง และกนง. ยังรอดูสถานการณ์ Wait-and-see

 
รูปที่ 2 : เงินเฟ้อไทยยังอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนมาก

บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/policy-rate-290426

Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 1 วัน
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us