สมรภูมิฮอร์มุซ : จุดเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานและทางรอดบรรจุภัณฑ์ไทย
1.ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลต่อต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไทย
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการค้าโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพลังงานกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานและการขนส่งสินค้าทั่วโลก (Supply disruption) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงต้นเดือนมีนาคม หลังการเปิดฉากโจมตีและปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลงมาอยู่ที่ราว 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงกลางเมษายนที่ผ่านมา ภายหลังการเริ่มเจรจาหยุดยิงและข่าวการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ทั้งนี้ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกไม่เพียงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและราคาขายปลีกในประเทศเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ทั้งจากราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่สูงขึ้น ความล่าช้าในการขนส่ง รวมถึงความเสี่ยงขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานการผลิตของอุตสาหกรรมปลายน้ำที่หลากหลาย และการส่งออกสินค้าทั่วโลกอย่างรุนแรงอีกด้วย
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางนั้น ไม่จำกัดเพียงแค่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ยังลามไปถึงต้นทุนวัตถุดิบและการผลิตบรรจุภัณฑ์ โรงงานในประเทศและในเอเชียต้องหยุดชะงักชั่วคราวหรือลดกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกลง เนื่องจากวัตถุดิบหลักสำคัญอย่าง แนฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นตึงตัว ทำให้ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งสูงขึ้นไปเกือบ 70% (รูปที่ 1) โดยผลกระทบนี้ได้ลุกลามไปยังอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลต่อการนำเข้า Aluminium ingots ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะ (กระป๋องอะลูมิเนียม) ที่ราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นราว 15% หลังจากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ประกอบกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น อาจทำให้เราต้องเผชิญกับภาวะที่สินค้าหลายประเภทมีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้นและอาจเกิดภาวะขาดแคลนในคราวเดียวกัน
รูปที่ 1 : การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบอย่างเม็ดพลาสติกและอะลูมิเนียมหลังเกิดการโจมตี

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของ Bloomberg
2.ผลกระทบต่อกลุ่มบรรจุภัณฑ์
วิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่านส่งผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทแตกต่างกันตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบ รวมทั้งโครงสร้างต้นทุนของบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดซึ่งจะมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Energy intensity) แตกต่างกัน (รูปที่ 2)
รูปที่ 2 : โครงสร้างต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของบริษัทต่าง ๆ
ผลกระทบต่อกระบวนการผลิตสามารถแบ่งได้เป็น 2 มิติหลัก มิติแรกคือความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยพบว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงที่สุด เนื่องจากวัตถุดิบตั้งต้นอย่าง PE, PP และ PET ล้วนผลิตมาจาก Naphtha และ Propane ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยตรง เมื่อราคาน้ำมันพุ่งและเส้นทางขนส่งถูกปิด ต้นทุนวัตถุดิบซึ่งมีสัดส่วนราว 50% ของโครงสร้างต้นทุนทั้งหมดจึงผันผวนตามไปด้วย ในทางตรงข้าม บรรจุภัณฑ์กระดาษแทบไม่มีความเชื่อมโยงกับปิโตรเคมีเลย เพราะวัตถุดิบหลักคือเยื่อกระดาษจากพืช ซึ่งไม่ได้มาจากการกลั่นน้ำมัน
มิติที่สองคือด้าน Energy intensity ในกระบวนการผลิต ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บรรจุภัณฑ์แก้วและโลหะมีความเข้มข้นด้านพลังงานสูงที่สุด โดยการหลอมแก้วต้องใช้อุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง และการหลอมอะลูมิเนียมต้องพึ่งพาไฟฟ้าในปริมาณมาก ทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้มีสัดส่วนต้นทุนพลังงานอยู่ที่ราว 30% ของโครงสร้างต้นทุนทั้งหมด สูงกว่าพลาสติกและกระดาษอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น แม้แก้วและโลหะจะไม่ถูกกระทบจากการขาดแคลน Feedstock ปิโตรเคมีโดยตรง แต่ก็จะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ทุกกลุ่มต้องอาศัยการขนส่งไปยังอุตสาหกรรมปลายทาง หรือขนส่งไปยังผู้บริโภค ดังนั้น ถึงแม้ต้นทุนค่าขนส่งจะไม่ใช่ต้นทุนหลักในการผลิตบรรจุภัณฑ์ แต่ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นก็จะกระทบต่อต้นทุนในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทุกประเภทโดยปริยาย
รูปที่ 3 : โครงสร้างการใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ จำแนกตามอุตสาหกรรมปลายทาง

ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของบริษัทต่าง ๆ
หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงการขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนในการผลิตและขนส่งบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลไปยังอุตสาหกรรมปลายน้ำ (รูปที่ 3) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มซึ่งมีสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์สูงที่สุดในบรรดาอุตสาหกรรมทั้งหมด จึงเป็นกลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุดจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุหลัก ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มห่ออาหาร ขวด PET สำหรับเครื่องดื่ม หรือถุงพาวช์ (Pouch) ทั้งนี้สำหรับอาหารแปรรูปส่งออก เมื่อราคาเม็ดพลาสติกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เริ่มระงับการรับคำสั่งซื้อ แรงกดดันจึงส่งผ่านตลอดห่วงโซ่ตามลำดับ ตั้งแต่ต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ไปจนถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชั้นวางที่จะเริ่มทยอยปรับตัวสูงขึ้น โดยผลกระทบจะขึ้นกับความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนของผู้ผลิต อุปสงค์อุปทานสินค้า ตลอดจนนโยบายการควบคุมราคาสินค้าของภาครัฐ
2.1 บรรจุภัณฑ์พลาสติก
บรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงที่สุด จากอุปทาน Naphtha จำนวนมหาศาลที่หายไปจากตลาดโลก เนื่องจาก Naphtha เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ และเป็นวัตถุดิบตั้งต้น (Feedstock) สำหรับโรงงาน Olefins ซึ่งผลิต Ethylene และ Propylene และถูกนำไปแปรรูปต่อเป็นเม็ดพลาสติก (PE, PP และ PET) ที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของบรรจุภัณฑ์พลาสติก ดังนั้น เมื่อเส้นทางขนส่งถูกตัดขาดและไม่สามารถนำเข้า Naphtha จากตะวันออกกลางได้ดังเดิม โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกบางโรงในไทยจึงจำเป็นต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวจากวิกฤตการตึงตัวของ Feedstock นอกจากนี้ การปิดช่องแคบ Hormuz ยังทำให้การขนส่งน้ำมันและ Naphtha ไปทั่วโลกหยุดชะงัก ผลักดันให้ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดพุ่งสูงขึ้นถึง 70% ภายในไม่กี่สัปดาห์ ถึงแม้ในช่วงที่ความตึงเครียดของสงครามลดลง ราคาเม็ดพลาสติกจะลดลงมาบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับระดับราคาก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายแห่งชะลอการรับคำสั่งซื้อใหม่เพื่อรอประเมินสถานการณ์ และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตสินค้าปลายน้ำ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกกลุ่ม PE (Polyethylene) ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างถุงพลาสติก ฟิล์มห่ออาหาร เป็นต้น และกลุ่ม PP (Polypropylene) ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทถุงร้อน กล่องอาหารเข้าไมโครเวฟได้ รวมไปถึงขวดน้ำเกลือเป็นต้น การตึงตัวของวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะทำให้ทั้งผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และหากสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะเกิดความเสี่ยงที่ราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจนส่งผลให้อุปสงค์จากอุตสาหกรรมปลายน้ำลดลง และชะลอการสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อรอดูทิศทางการเปลี่ยนแปลงของราคา ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังผู้บริโภคที่อาจเผชิญกับการขาดแคลนสินค้าอุปโภคและบริโภคที่พึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติก
2.2 บรรจุภัณฑ์โลหะ
แม้ว่าการผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะจะไม่ได้พึ่งวัตถุดิบตั้งต้นที่เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเหมือนบรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่อุตสาหกรรมผลิตกระป๋องได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ผ่านสองช่องทาง คือ 1) ต้นทุนการนำเข้า Aluminium Ingot ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามค่าระวางเรือ เพราะต้องใช้เส้นทางขนส่งใกล้ช่องแคบ Hormuz เนื่องจากแหล่งวัตถุดิบส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง อีกทั้ง การผลิตและหลอมโลหะยังเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานมหาศาล (High energy intensity) ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นต้นทุนการผลิตและการขนส่งกระป๋องจึงพุ่งสูงขึ้นตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ในทางกลับกัน การปิดช่องแคบ Hormuz ยังมีผลให้การส่งสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางหยุดชะงักลง และอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกอาหารกระป๋องบางประเภทที่ไทยพึ่งพาตลาดตะวันออกกลางค่อนข้างมาก เช่น ทูน่ากระป๋อง กะทิ และอาหารทะเลแปรรูป
ถึงแม้ว่าต้นทุนของการผลิตกระป๋องอะลูมิเนียมซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการบรรจุเครื่องดื่ม เบียร์ น้ำผลไม้ในประเทศจะมีความผันผวนมากขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่กระป๋องเหล็กที่ใช้บรรจุอาหารและสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงทนทานสูง ทนความร้อนในการฆ่าเชื้อได้ดี เช่น อาหารกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ที่มักใช้ในการส่งออก ยังมีต้นทุนวัตถุดิบที่ไม่ผันผวนมากนัก ซึ่งในภาวะวิกฤตทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มสต็อกอาหารกระป๋องที่มี Shelf-life ยาวขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2025 ทำให้มีคำสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์โลหะเข้ามามากขึ้น
2.3 บรรจุภัณฑ์กระดาษ
บรรจุภัณฑ์กระดาษได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยที่สุด และได้รับอานิสงส์ชัดเจนที่สุดจากวิกฤตบรรจุภัณฑ์ครั้งนี้ เนื่องจากวิกฤตเม็ดพลาสติกตึงตัว และบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตสินค้าและร้านอาหารจำนวนมากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากฟิล์มพลาสติกมาเป็นกล่องกระดาษอย่างเร่งด่วน สะท้อนได้จากคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์กระดาษที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากไทยมีระบบนิเวศการผลิตที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูง และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมไปถึงอุปสงค์ของการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษก็เพิ่มขึ้น ทั้งจาก E-commerce ที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากการห้ามใช้โฟมตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว และจากการส่งออกที่ต้องการใช้กล่องลูกฟูก แม้ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษจะได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษพึ่งพาพลังงานค่อนข้างสูง และถือเป็นกลุ่ม Energy-intensive sectors ที่ถูกกระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในกระบวนการผลิตที่เริ่มเห็นต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้ง เยื่อกระดาษที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตไม่ได้มาจากในประเทศทั้งหมด ยังมีเยื่อกระดาษบางประเภทที่พึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก และจากเหตุสงครามในตะวันออกกลางทำให้ค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าเยื่อกระดาษ และถึงแม้จะไม่ถึงขั้นขาดแคลน แต่ก็กดดันมาร์จิ้นของผู้ผลิตขนาดกลางและเล็กที่มีอำนาจต่อรองต่ำ ดังนั้น ผู้ประกอบการที่จะได้เปรียบจากสถานการณ์ครั้งนี้จริง ๆ คือรายที่มีกำลังการผลิตเหลือ สามารถรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้ทันที และมีการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ในระดับที่ดีพอ
2.4 บรรจุภัณฑ์แก้ว
อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วจัดอยู่ใน Energy-intensive sectors เช่นกัน เนื่องจากกระบวนการหลอมแก้วต้องใช้ความร้อนสูงมากและพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานหลัก เมื่อราคาก๊าซปรับสูงขึ้นตามวิกฤตในตะวันออกกลาง ต้นทุนเตาหลอมจึงสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้ง แก้วยังมีน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ที่สูง ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยในการขนส่งบรรจุภัณฑ์แก้วเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่น ๆ
ทั้งนี้โดยปกติบรรจุภัณฑ์แก้วมีความต้องการใช้หลักอยู่ที่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่มีความพรีเมียม ซอสปรุงรส และเวชภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกป้อนเข้าสู่ธุรกิจ Hospitality ดังนั้น เมื่อนักท่องเที่ยวยุโรปและตะวันออกกลางลดลงอย่างฉับพลัน ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์จึงหดตัวตาม อย่างไรก็ดี ท่ามกลางวิกฤตพลาสติกตึงตัว ธุรกิจผลิตเครื่องดื่มบางรายเริ่มหันมาใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก แต่ก็เป็นเพียงอุปสงค์ระยะสั้น ซึ่งอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยความต้องการใช้ที่หายไป
นอกเหนือจากปัญหาด้านวัตถุดิบและพลังงานสำหรับการผลิตตัวบรรจุภัณฑ์แล้ว ยังมีจุดเปราะบางอีกจุดหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในห่วงโซ่การผลิตและอาจส่งผลกระทบรุนแรงไม่แพ้กัน นั่นคือการขาดแคลนสารทำละลายที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์ฉลากบนบรรจุภัณฑ์ ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงในเชิงความต่อเนื่องของการผลิต สารทำละลายที่ใช้ในกระบวนการพิมพ์ฉลากบนบรรจุภัณฑ์ เช่น Toluene, EA (Ethyl Acetate) และ IPA (Isopropyl Alcohol) เป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ได้จากการกลั่นน้ำมัน โดยเฉพาะ IPA ที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าทั้งหมด โดยแหล่งนำเข้าหลักของไทยอยู่ที่ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก เช่น จีน เกาหลี เมื่อเส้นทางขนส่งหลักสะดุด ไทยจึงไม่มีแหล่งสำรองใดในประเทศที่จะดึงมาใช้ได้ทันที ต่างจากเม็ดพลาสติกที่อย่างน้อยยังมีโรงงานในประเทศผลิตได้บ้าง แม้จะไม่เพียงพอก็ตาม ผลที่ตามมาคือถึงแม้โรงงานจะมีฟิล์มพลาสติก มีขวดแก้ว หรือมีกระป๋อง ก็ยังวางขายในร้านไม่ได้ หากไม่มีพิมพ์ฉลากแสดงชื่อสินค้า ส่วนประกอบ และวันหมดอายุ ซึ่งเป็นข้อกำหนดบังคับตามกฎหมายของ อย. และ สคบ. ที่ไม่สามารถยกเว้นได้
ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ภาคเอกชนได้ขอความร่วมมือไปยังภาครัฐ เพื่อเร่งหาแหล่งวัตถุดิบสำรอง และจัดทำการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อขอผ่อนผันการส่งออกสารทำละลายมายังไทย เนื่องจากเกาหลีใต้มีกำลังการผลิต IPA และ Toluene ในปริมาณที่สามารถทดแทนจากตะวันออกกลางได้บางส่วน แต่มีนโยบายระงับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน อย่างไรก็ดีการเจรจาระดับรัฐบาลต้องใช้เวลา และในระหว่างนั้นผู้ประกอบการที่สต็อก IPA หมดก่อนก็ต้องหยุดสายการผลิตไปก่อน
โดยไม่มีทางเลือก
3.การปรับตัวของผู้ประกอบการและบทบาทของภาครัฐในการช่วยบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการ
วิกฤตตะวันออกกลางในครั้งนี้ไม่ได้สร้างผลกระทบที่เท่าเทียมกันในทุกกลุ่มบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากความแตกต่างของโครงสร้างต้นทุน แหล่งที่มาของวัตถุดิบ และความยืดหยุ่นในการปรับตัวของแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้แต่ละกลุ่มเผชิญกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บางกลุ่มถูกกระทบโดยตรงตั้งแต่ต้นน้ำ บางกลุ่มได้รับแรงกดดันทางอ้อมผ่านต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ ในขณะที่บางกลุ่มกลับได้รับโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตลาด ดังนั้น แนวทางการปรับตัวและมาตรการของภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยเหลือจึงมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเภทของบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์พลาสติก
ผลกระทบจากวิกฤตสะท้อนให้เห็นความแตกต่างเชิงโครงสร้างระหว่างผู้ประกอบการอย่างชัดเจน ผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีสัญญาซื้อวัตถุดิบระยะยาว จะทำให้มีเวลาบริหารจัดการต้นทุนได้มากกว่า และผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงมีสต็อกวัตถุดิบเพียงพออีกอย่างน้อยในระยะ 5 เดือนข้างหน้า จึงยังไม่เผชิญภาวะขาดแคลนในระยะสั้น แต่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ กลุ่ม SME ที่ต้องซื้อวัตถุดิบในตลาด Spot ที่ราคามีความผันผวนสูง ทั้งนี้กลุ่ม SME ที่ปรับตัวได้เร็วเริ่มมองหาความเป็นไปได้ในการนำวัตถุดิบทดแทนมาใช้ ขณะที่บางรายเริ่มหันมาลดการพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์เพื่อประหยัดต้นทุน เช่น ขึ้นรูปโลโก้บนขวดน้ำดื่มแทนการสกรีนฉลาก อย่างไรก็ดี สินค้าหลายประเภทไม่สามารถปรับตัวในลักษณะนี้ได้ เนื่องจากติดข้อกำหนดขององค์การอาหารและยาที่บังคับพิมพ์รายละเอียดสินค้าบนบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ดี PTT-GC กลับมาเดินเครื่องโรงงาน Olefins อีก 1 หน่วยเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาหลังจากที่ปิดซ่อมบำรุงไป เพื่อเพิ่มกำลังผลิตวัตถุดิบสำหรับผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศ อาจจะช่วยชะลอภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกลงได้บ้าง
ในส่วนของภาครัฐ ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประกาศให้เม็ดพลาสติกเป็นสินค้าควบคุม กำหนดให้ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และผู้ซื้อนำไปผลิต ต้องรายงานข้อมูลราคาซื้อ จำหน่าย การผลิต การนำเข้า การใช้ ปริมาณคงเหลือต่อกรมการค้าภายในทุกสัปดาห์ และต้องยื่นขออนุญาตเปลี่ยนแปลงราคาและต้องได้รับอนุมัติก่อนปรับราคา รวมไปตั้งคณะทำงาน 4 กระทรวง (ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข) เพื่อบริหารจัดการสต็อก ส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน และป้องกันการกักตุน
บรรจุภัณฑ์โลหะ
ผู้ผลิตกระป๋องรายใหญ่เน้นบริหารสต็อกที่มีอยู่อย่างระมัดระวัง และเริ่มสำรวจแหล่งนำเข้าทดแทน นอกจากนี้ ยังเริ่มมีการนำพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้นเพื่อทยอยลดการพึ่งพาพลังงานจากน้ำมัน สำหรับในด้านการตลาดพบว่าผู้ผลิตอาหารกระป๋องบางรายหันมาทำการตลาดในประเทศและภูมิภาคอาเซียนมากขึ้นเพื่อชดเชยยอดส่งออกตะวันออกกลางที่หายไป โดยอาศัยพฤติกรรม Panic buying ของผู้บริโภคที่กำลังกักตุนอาหารกระป๋องเป็นโอกาส
บรรจุภัณฑ์กระดาษ
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ปรับตัวได้เร็วสามารถเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นมาได้เร็ว โดยบรรจุภัณฑ์กลุ่มกล่องลูกฟูก ถาดกระดาษ และบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นกลุ่มที่แบรนด์เจ้าของสินค้าและอาหารต้องการสลับมาใช้เร่งด่วนที่สุด ขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์ทางเลือกจากวัสดุชีวภาพก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ รายงานอ้างอิงจาก Reuters ว่าความสนใจในบรรจุภัณฑ์กระดาษและวัสดุยั่งยืนจากผู้ผลิตในเอเชียพุ่งสูงขึ้นราว 3 เท่าในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กที่ไม่มีกำลังการผลิตเหลือ หรือยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติสูง อาจเสียโอกาสให้กับรายใหญ่ที่มีความพร้อมกว่า วิกฤตครั้งนี้จึงอาจเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมกระดาษ Consolidate เร็วกว่าที่ควรจะเป็น
บรรจุภัณฑ์แก้ว
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วในไทยอาจปรับตัวได้ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากกระบวนการหลอมแก้วมีข้อจำกัดทางเทคนิคสูง ทั้งการเปลี่ยนพลังงานหลักและการปรับสายการผลิตล้วนต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมาก ดังนั้น สิ่งที่ทำได้ในระยะสั้นจึงอยู่ที่การบริหารต้นทุนพลังงานเป็นหลัก ผู้ผลิตบางรายเริ่มหันมาขยายตลาดในประเทศมากขึ้น ทั้งจากกลุ่มยาและเวชภัณฑ์และสินค้าอาหารออร์แกนิกที่ยังเติบโต เพื่อชดเชยยอดขายที่หายไปจากกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร
วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้ย้ำเตือนให้ตระหนักว่า ความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นเพียงทักษะการเอาตัวรอดชั่วคราว แต่คือความพร้อมเชิงโครงสร้าง ที่ต้องเตรียมการไว้เป็นรากฐานสำคัญในระยะยาว ผู้ประกอบการที่จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้ ไม่ได้เกิดจากความสามารถในการรับมือเมื่อเจอกับปัญหา แต่ต้องอาศัยการวางแผน และระบบการบริหารจัดการที่ดี เช่น การมีสัญญาวัตถุดิบที่หลากหลาย มีฐานซัพพลายเออร์ที่ไม่กระจุกตัวในภูมิภาคเดียว และมีความยืดหยุ่นในการปรับสายการผลิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการลงทุนที่ทำไว้ก่อนหน้าแล้ว ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการเท่านั้น ในระยะยาวภาครัฐสามารถถอดบทเรียนและเข้ามามีบทบาทเพื่อสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเร่งจัดทำการดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์ในสินค้าและวัตถุดิบที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้า พิจารณาลดความซับซ้อนของพิธีการศุลกากรสำหรับวัตถุดิบทดแทน และเจรจาข้อตกลงการค้าในรูปแบบภาครัฐต่อภาครัฐกับประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของแหล่งวัตถุดิบในภูมิภาคเดียว แม้ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ สิ่งที่สำคัญหลังจากนี้คือการสร้างความพร้อมให้ทันก่อนที่วิกฤตครั้งหน้าจะมาถึง
บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/packaging-190526
อ้างอิง
Asia Food & Beverages. (2026). Middle East war could spark a major food crisis but bring new opportunities in Asia. https://asiafoodbeverages.com/middle-east-war-could-spark-a-major-food-crisis-but-bring-new-opportunities-in-asia/
Bangkok Post. (2026). Plastic shortages loom as war hits oil supplies. Bangkok Post. https://www.bangkokpost.com/business/general/3214963/plastic-shortages-loom-as-war-hits-oil-supplies
Institute for Supply Management. (2026, March). Middle East conflict disrupts materials and logistics. Inside Supply Management. https://www.ismworld.org/supply-management-news-and-reports/news-publications/inside-supply-management-magazine/blog/2026/2026-03/middle-east-conflict-disrupts-materials-and-logistics/
Mordor Intelligence. (2026, January). Thailand packaging market — Size, share, trends, analysis & forecast 2026–2031. https://www.mordorintelligence.com/industry-reports/thailand-packaging-market
Nation Thailand. (2026, March 23). Petrochemical costs and energy-intensive sectors under pressure. https://www.nationthailand.com/news/general/40064126
Nation Thailand. (2026, March 31). Middle East war hits Thai food exports in first two months of 2026. https://www.nationthailand.com/news/world/40064486
Nation Thailand. (2026, April). Thai plastics crisis puts SME factories at risk as costs surge. https://www.nationthailand.com/business/economy/40065411
Packaging Gateway. (2026, April). Packaging sector faces structural cost reset. https://www.packaging-gateway.com/news/packaging-sector-faces-structural-cost-reset/
Packaging Insights. (2026, April). Thailand ramps up plastic recycling amid petrochemical disruptions. https://www.packaginginsights.com/news/thailand-plastic-recycling-supply-packaging.html
pharmaphorum. (2026, April). The conflict in the Middle East is exposing dangerous preparedness gaps in pharmaceutical supply chains. https://pharmaphorum.com/rd/conflict-middle-east-exposing-dangerous-preparedness-gaps-pharmaceutical-supply-chains
Pyzyk, K. (2026, March 19). The Iran war is hitting packaging supply chains. Are the impacts temporary? Packaging Dive. https://www.packagingdive.com/news/iran-war-packaging-effects-disruption-oil-aluminum-plastics/815156/
S&P Global Market Intelligence. (2026, April). Regional supply chain exposures to Middle East conflict. https://www.spglobal.com/market-intelligence/en/news-insights/research/2026/04/regional-supply-chain-exposures-middle-east-conflict
Thai Times. (2026). Thailand faces rising consumer prices as Middle East conflict disrupts key supply chains. https://thaitimes.com/thailand-faces-rising-consumer-prices-as-middle-east-conflict-disrupts-key-supply-chains
World Trade Organization. (2026, March 19). Middle East conflict weighs further on slowing trade outlook. https://www.wto.org/english/news_e/news26_e/stat_19mar26_329_e.htm
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์. (2569, 4 เมษายน). พาณิชย์กำกับ "โครงสร้างราคา–วัตถุดิบต้นน้ำ" ใช้กฎหมายคุมต้นทุน สู้วิกฤตโลก ช่วยประชาชน. กระทรวงพาณิชย์. https://www.moc.go.th/th/gallery/category/detail/id/5/iid/1765
ประชาชาติธุรกิจ. (2569). ปรับตัวรับมือทั้งสั้น-ยาว. https://www.prachachat.net/economy/news-2002381
