Official Update :

มูลนิธิกสิกรไทยผนึกสภาพัฒน์ฯ และธนาคารโลก ลงนามร่วมศึกษาและพัฒนาแนวคิดทุนธรรมชาติ เพื่อเปลี่ยนป่าไม้และสายน้ำ

ในยุคที่วิกฤตภูมิอากาศโลกขยับใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนผ่านจากการรณรงค์เพื่อสังคมแบบเดิม ๆ ไปสู่การเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความอยู่รอดและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ บนเวทีเสวนาในงาน EARTH JUMP 2026 หัวข้อ “Natural Capital :  ทุนธรรมชาติ รากแก้วแห่งเศรษฐกิจและสังคมไทย” ได้เป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญและนำมาสู่ความร่วมมือกันของสามภาคี ได้แก่ ธนาคารโลก (World Bank) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และมูลนิธิกสิกรไทย ซึ่งได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมมือกันศึกษาและพัฒนากรอบแนวคิดทุนธรรมชาติ หรือ Natural Capital ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติในมิติเดิมๆ แต่เป็นความพยายามร่วมกันเพื่อยกระดับแนวคิดการดูแลป่าต้นน้ำระดับประเทศอย่าง Nan Sandbox ให้กลายมาเป็นพื้นที่เรียนรู้และทดลองนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ระดับสากลมาประยุกต์ใช้ เพื่อปูทางสู่การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนร่วมกัน


ที่ผ่านมา โครงการอนุรักษ์ผืนป่าและสิ่งแวดล้อมมักถูกตีกรอบและมองว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR ที่ต้องพึ่งพาเงินบริจาค แต่ในความเป็นจริงจากข้อมูลทางเศรษฐกิจชี้ให้เห็นว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศหรือ GDP ของไทยมากกว่าหนึ่งในสาม รวมถึงแหล่งรายได้และวิถีชีวิตของประชากรอีกหลายล้านคน ล้วนต้องพึ่งพิงฐานทรัพยากรและระบบนิเวศโดยตรง แต่ที่ผ่านมาสินทรัพย์ทางธรรมชาติอันมีค่าเหล่านี้กลับไม่เคยถูกคำนวณหรือนับรวมอยู่ในการประเมินตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม ทำให้ยากต่อการบริหารจัดการและวางนโยบายให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด การก้าวเข้ามาของความร่วมมือไตรภาคีในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดมิติใหม่ด้วยการนำเครื่องมือมาตรฐานโลกอย่าง Natural Capital Accounting (NCA) เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้และทดลองประยุกต์ใช้จริงเป็นครั้งแรกในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อแปรเปลี่ยนบริการทางระบบนิเวศให้สามารถมองเห็นคุณค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า “ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญต่อคุณค่าและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศมีข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นในการบูรณาการมิติด้าน Natural Capital เข้ากับกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผนพัฒนาประเทศ เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนแก่ภาคธุรกิจในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที”


นายพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย ในนามมูลนิธิกสิกรไทย ได้เน้นย้ำถึงหัวใจของการเชื่อมต่อการทำงานจากระดับพื้นที่ว่า “บทบาทหลักของมูลนิธิคือการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างนโยบายระดับชาติและภาพความเป็นจริงในท้องถิ่น จากการทำงานอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ Nan Sandbox ทำให้เรียนรู้ว่า ทางออกด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต้องสร้างขึ้นจากฐานราก ซึ่งเริ่มต้นที่ สุขภาพ การศึกษา และปากท้องของชุมชน บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะมอบกรอบการทำงานที่ช่วยขยายผลความสำเร็จดังกล่าว โดยทำหน้าที่เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมให้ภาคส่วนต่างๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนงานพัฒนาเชิงพื้นที่ สามารถนำโมเดลต้นแบบนี้ไปศึกษาและปรับใช้เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าต้นน้ำในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศได้ต่อไป”


นางเมลินดา กู้ด ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก ได้กล่าวเสริมถึงความสำคัญของระบบบัญชีนี้ต่อการสร้างความเชื่อมั่นว่า “ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของนวัตกรรม ช่วยปลดล็อกแหล่งเงินทุน ความเชื่อมั่นในการลงทุนและความยืดหยุ่นที่จำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว”


พลังขับเคลื่อนที่น่าสนใจของความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากการผสานจุดแข็งที่ลงตัวจากบทบาทหน้าที่ของผู้เล่นทั้งสามภาคี โดยมี World Bank เป็นผู้สนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ นำกรอบการทำงานระดับสากลมาช่วยแนะนำเพื่อให้มั่นใจว่าการศึกษาข้อมูลทุนทางธรรมชาติของไทยเป็นไปตามมาตรฐานความโปร่งใสที่เทียบเคียงได้ในระดับสากล ขณะที่หน่วยงานวางยุทธศาสตร์ระดับนโยบายชาติอย่าง สศช. จะเข้ามามีบทบาทในการศึกษา เรียนรู้ และถอดบทเรียนจากพื้นที่นำร่อง เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์เหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 รวมถึงการออกแบบเครื่องมือสนับสนุนเชิงนโยบายและการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมในอนาคต โดยมีมูลนิธิกสิกรไทยในฐานะหนึ่งในผู้ลงมือในพื้นที่ทำหน้าที่สนับสนุน ซึ่งจุดแข็งของมูลนิธิคือการมีพื้นที่ปฏิบัติการจริงที่มีชีวิตอย่าง Nan Sandbox ที่พร้อมจะรองรับการทดสอบเครื่องมือระดับโลก เพื่อร่วมกันทางออกที่ว่าเมื่อคนในชุมชนมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง ผืนป่าต้นน้ำก็จะสามารถอยู่ร่วมกับคนได้อย่างยั่งยืน


ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นเพียงก้าวแรกในการเริ่มต้นของทุกภาคส่วนที่จะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุลและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการปกป้องผืนป่าต้นน้ำและการอนุรักษ์จะไม่ถูกมองว่าเป็นภาระค่าใช้จ่ายอีกต่อไป หากแต่เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ทุกภาคส่วนจะได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 11 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us