REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น

REIT และ IFF เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเผชิญความผันผวนและนักลงทุนมองหาทางเลือกในการสร้างกระแสเงินสด แต่เมื่อสภาพแวดล้อมการลงทุนเริ่มเปลี่ยนไป ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตร และระดับมูลค่าของสินทรัพย์ คำถามคือ REIT ยังน่าถือแค่ไหนในวันนี้ และมีประเด็นใดที่นักลงทุนควรติดตาม


ทั้งนี้ บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ดัชนี SETPREIT ปรับตัวขึ้นต่อ 1.0% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดย WHAIR, BAREIT และ INETREIT ซึ่งปรับตัวขึ้น 3.4%, 1.9% และ 1.6% ตามลำดับ สอดคล้องกับการปรับตัวดีขึ้นของสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 2.08% จาก 2.19% หลังราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ


ขณะที่ปัจจุบันกลุ่ม REIT ซื้อขายด้วย Forward P/BV ประมาณ 1.0 เท่า หลังจากก่อนหน้านี้ที่เคยซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี อย่างไรก็ตาม อัตราตอบแทนเงินปันผลคาดการณ์เฉลี่ยของกลุ่มยังอยู่ที่ประมาณ 7.0% ขณะที่ส่วนต่างอัตราตอบแทนเงินปันผลเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี (Dividend Yield Spread) ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ดังนั้น มองว่ากลุ่มยังเหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล แม้ว่ากลุ่ม REIT จะไม่ได้มีส่วนลดด้านมูลค่าที่โดดเด่นเหมือนในอดีตแล้วก็ตาม


อย่างไรก็ดี บล.กสิกรไทย ไม่เห็นทั้งปัจจัยกดดันที่มีนัยสำคัญต่อทั้งกลุ่ม และยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม คาดว่ากลุ่ม REIT จะยังได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำและทรงตัว เนื่องจากมูลค่าของกลุ่มไม่ได้อยู่ในระดับถูกอีกต่อไป


ฝ่ายวิเคราะห์จึงเลือกลงทุนใน REIT ที่มีอัตราตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจ กระแสรายได้มีความชัดเจน และมีภาระหนี้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยชอบกองที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่มีอัตราการเช่าสูง สินทรัพย์ค้าปลีกที่ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย และกองทรัสต์ที่มีสัญญาเช่าระยะยาว


โดยคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม REIT/IFF ไทย โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัวที่ 1.00% ตลอดปี 2569 ซึ่งสนับสนุนมุมมองของ บล.กสิกรไทย ว่าระดับมูลค่าและสภาวะด้านต้นทุนทางการเงินของกลุ่มจะยังคงมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับมูลค่าปัจจุบันที่ซื้อขายด้วย Forward P/BV ประมาณ 1.0 เท่า และยังไม่มีปัจจัยหนุนกำไรที่ชัดเจน จึงมองว่า upside ของทั้งกลุ่มมีจำกัด


ดังนั้น ยังคงเลือกลงทุนเป็นรายตัว โดยเน้น REIT ที่มีอัตราตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจ กระแสเงินสดมีความชัดเจน และมีภาระหนี้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้


สำหรับหุ้นเด่น ได้แก่ BAREIT, INETREIT และ WHAIR จากอัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจและความชัดเจนของรายได้ เลือก BAREIT และ INETREIT จากรายได้ค่าเช่าที่มีสัญญาระยะยาวรองรับ ขณะที่ WHAIR ได้รับแรงหนุนจากอัตราการเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับดี


Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us