ETC ติดอันดับหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ.2569 โดยสถาบันไทยพัฒน์
นายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2569 ด้วยการคัดเลือกจาก 931 หลักทรัพย์จดทะเบียน ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค และบริษัทได้เข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
“บริษัทฯ มุ่งเน้นการยกระดับความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ มีการต่อยอดการบริหารจัดการขยะสู่พลังงานสะอาด รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเติบโตของชุมชน ด้วยการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าตามมาตรฐานระดับสูง ปลอดภัยต่อชุมชน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการความยั่งยืนเพื่อตอบแทนสังคม ภายใต้เป้าหมายการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยไม่ละเลยที่จะรักษาสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบไปพร้อมกัน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย สู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม”
โดยการจัดระดับของสถาบันไทยพัฒน์ พิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน
สถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่สิบสองในปีนี้
การจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์ เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI
