SJWD ผนึกกำลัง TFPA ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทย เปิดเกมรุก ‘Thailand Food Logistics Platform’ ขับเคลื่อนอาหารไทยสู่เวทีโลก
“บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์” หรือ SJWD ร่วมกับ “สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป” ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันแก่อุตสาหกรรมอาหารไทย ผ่านการพัฒนา “Thailand Food Logistics Platform” มุ่งสร้างระบบโลจิสติกส์มาตรฐานโลกรองรับการเติบโตของการส่งออกอาหารไทยในระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนบทบาทของโลจิสติกส์จาก “ต้นทุน” ให้เป็น “เครื่องยนต์การเติบโต” (Strategic Growth Enabler) ที่ช่วยเพิ่มความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการอาหารไทยทุกระดับ ร่วมสร้าง Blueprint สู่การเป็นผู้นำการส่งออกอาหารสำเร็จรูปของโลก
.
นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ในอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ “สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป” (Thai Food Processors’ Association: TFPA) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอาหารและผู้ประกอบการในประเทศไทย ล่าสุดได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์” (Thailand Food Logistics Platform) รองรับการเติบโตของการส่งออกอาหารไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด Together, We Feed the World ขับเคลื่อนอาหารไทย สู่ผู้นำอาหารโลก ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างระบบโลจิสติกส์ที่เป็นมาตรฐานระดับโลก เพื่อตอบโจทย์การส่งออกในยุคใหม่ ผ่าน 3 แกนหลักที่สำคัญ
.
ได้แก่ (1) Speed ความรวดเร็วและคล่องตัว โดยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารจะได้รับประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ให้เป็นต้นทุนผันแปรตามจริง (Variable Cost) เนื่องจากสามารถใช้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบ Pay-per-use หรือจ่ายตามการใช้งานจริง โดยไม่ต้องลงทุนคลังสินค้าห้องเย็น รถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน เพิ่มความรวดเร็วและคล่องตัวในการขยายตลาดต่างประเทศ
.
(2) Quality คุณภาพ โดยการพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพแบบ End-to-End ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อรักษาคุณภาพอาหารตามมาตรฐานสากล ได้แก่ (1) Multi-temperature logistics รองรับการจัดเก็บและขนส่งสินค้าหลากหลายระดับอุณหภูมิในแต่ละเที่ยวการขนส่ง (2) Real-time Visibility ติดตามสถานะสินค้าและการขนส่งได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง (3) Cold Chain Monitoring การตรวจสอบและบันทึกอุณหภูมิตลอดกระบวนการจัดเก็บและขนส่งเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้า (4) Control Tower ศูนย์บริหารจัดการและควบคุมการดำเนินงานโลจิสติกส์ ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกขั้นตอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผน ติดตาม และแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วทันเวลา และ (5) Zero Exception Management การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อลดข้อผิดพลาดและความผิดปกติในการดำเนินงาน พร้อมแจ้งเตือนและแก้ไขปัญหาก่อนส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้าและการส่งมอบ
.
(3) Efficiency ประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาศูนย์รวบรวมสินค้า (Consolidation Hub) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สมาชิกของ TFPA อาทิ การรวมสินค้าจากโรงงานหลายแห่งเข้าสู่จุดเดียวเพื่อบริหารการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ, การเพิ่มอัตราการใช้พื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์จากการวางแผนบรรทุกสินค้าให้เต็มประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนขนส่งต่อหน่วย, ลดต้นทุนจากการขนส่งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL), เพิ่มประสิทธิภาพการส่งออกให้รวดเร็ว แม่นยำ รองรับคำสั่งซื้อได้มากขึ้น, ช่วยลด Carbon Footprint และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
.
ทั้งนี้ การพัฒนา Thailand Food Logistics Platform จะเริ่มจากการสร้างโซลูชันเพื่อรวบรวมอาหารส่งออก (Export Consolidation Solution) ประกอบด้วย Factory Pick-up หรือการรับสินค้าจากโรงงานของผู้ประกอบการตามแผนงานขนส่งที่กำหนด ช่วยลดภาระการจัดการขนส่งของผู้ผลิตและเชื่อมต่อสู่โครงข่ายโลจิสติกส์ได้อย่างราบรื่น, Consolidation Hub ศูนย์รวมสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและลดต้นทุน, Cross-Dock หรือการถ่ายโอนสินค้าจากรถขนส่งไปสู่รถขนส่งอีกคันในเที่ยวถัดไปโดยไม่ต้องจัดเก็บในคลังสินค้า ช่วยลดระยะเวลาและลดต้นทุน, Multi-temp Storage คลังสินค้าที่มีพื้นที่จัดเก็บได้หลากหลายช่วงอุณหภูมิ เพื่อรักษาคุณภาพอาหารแต่ละประเภทตลอดระยะเวลาจัดเก็บ, Export Planning วางแผนการส่งออกแบบครบวงจร ครอบคลุมการกำหนดตารางขนส่ง จองพื้นที่ระวางเรือ จัดเตรียมเอกสาร และบริหารเส้นทางขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และ Optimized FCL Loading วางแผนการบรรทุกสินค้าเต็มตู้คอนเทนเนอร์ (Full Container Load) เพื่อใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการขนส่ง
.
นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD กล่าวว่า จากโมเดลความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และ TFPA จะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic ROI) และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมาชิก TFPA ผ่าน 4 กลไกสำคัญ ได้แก่ (1) ลดการลงทุนด้านคลังสินค้าและระบบ Cold Chain (Avoided CapEx) (2) ลดต้นทุนผ่านการใช้เครือข่ายโลจิสติกส์ร่วมกัน (Shared Network Savings) (3) ลดการสูญเสียสินค้าและรักษาอัตรากำไร (Zero Waste & Margin Preservation) และ (4) เพิ่มความเร็วในการเข้าสู่ตลาดโลก (Market Capture Speed) ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถนำเงินลงทุนไปใช้ในการพัฒนาสินค้า นวัตกรรม และการขยายตลาดได้มากขึ้น
.
ขณะที่การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 Pilot & Assessment จะศึกษาศักยภาพและออกแบบระบบ Export Consolidation ร่วมกับสมาชิก TFPA ระยะที่ 2 Plug into Multi-Temperature DC เชื่อมต่อผู้ประกอบการเข้าสู่เครือข่ายคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ พร้อมระบบ Control Tower และ ระยะที่ 3 Global Scale ขยายโมเดลเพื่อรองรับการส่งออกเต็มรูปแบบและสร้างเครือข่าย Food Logistics Platform ระดับประเทศ
.
“เรามองว่าการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่คุณภาพอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว การควบคุมคุณภาพและรักษาความสดใหม่ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เราเชื่อว่าการบริการโลจิสติกส์ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนธุรกิจเท่านั้น แต่เป็น ‘Strategic Growth Enabler’ ที่มีบทบาทช่วยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงกลยุทธ์แก่ผู้ประกอบการอาหารของไทย เพื่อให้สามารถเติบโตในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน” นายชวนินทร์ กล่าว
.
ดร.องอาจ กิตติคุณชัย นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ SJWD ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับศักยภาพการแข่งขันของสมาชิก TFPA โดยเฉพาะผู้ประกอบการอาหารที่ต้องการขยายตลาดส่งออก แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการบริหารต้นทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย
.
ทั้งนี้ TFPA และ SJWD มีเป้าหมายร่วมกันที่จะพัฒนา Thailand Food Logistics Platform ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้าน
โลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตอาหาร ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ท่าเรือ และตลาดต่างประเทศ ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Food Export Hub และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต
