Official Update :

GPI เดินหน้าแผนขยายธุรกิจใหม่ไตรมาสสุดท้าย เตรียมพร้อมจัดอีเวนต์ Hungry Highway และก้าวสู่ผู้จัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ

“บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” หรือ GPI ต่อยอดความเชี่ยวชาญ เดินหน้าแผนขยายธุรกิจใหม่ด้านการจัดอีเวนต์ไลฟ์สไตล์และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในไตรมาสสุดท้าย เตรียมยกระดับสู่การจัดคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีเต็มรูปแบบ
2 รอบ รวม 10,000 ที่นั่งในเดือนพฤศจิกายนนี้ และผนึกพาร์ตเนอร์เตรียมพร้อมจัดงาน “
Hungry Highway” คอมมูนิตี้สำหรับผู้รักการเดินทางและการขับขี่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Road for Ride and Bite” คาดธุรกิจใหม่ทำรายได้ทั้งปี 70-80 ล้านบาท


นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทฯ มุ่งต่อยอดความเชี่ยวชาญจากการจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ที่เป็นธุรกิจหลัก สู่การขยายธุรกิจใหม่การจัดอีเวนต์และเอ็กซิบิชันด้านไลฟ์สไตล์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเตรียมจัดอีเวนต์หลัก 2 งานใหญ่ในเดือนพฤศจิกายนนี้


ได้แก่ 1) คอนเสิร์ตศิลปินชั้นนำจากเกาหลีใต้ “Doh Kyung Soo” (โด คยอง ซู) ที่ได้รับความนิยมจากแฟนคลับในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของบริษัทฯ ที่ยกระดับจากผู้จัดอีเวนต์แฟนมีตติ้งศิลปินดาราเกาหลี ก้าวสู่ผู้จัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ กำหนดจัดแสดง 2 รอบในวันที่ 14 และ 15 พฤศจิกายน 2569 รวม 10,000 ที่นั่ง (รอบละ 5,000 ที่นั่ง) ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี คาดว่าจะเปิดจำหน่ายบัตรภายในเดือนตุลาคมนี้


และ 2) Hungry Highway ภายใต้ “IGP Global” (บริษัท ไอจีพี โกลบอล จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GPI และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) โดยอีเวนต์ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้รักการเดินทางและการขับขี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Road for Ride and Bite” ตอบสนองไบค์เกอร์ ไฮไลต์ภายในงานจะได้สัมผัสกับโซนจัดแสดงบิ๊กไบค์และรถมอเตอร์ไซค์ตกแต่งสุดพิเศษ โซนรวบรวมอุปกรณ์ขับขี่ แฟชั่นและเทคโนโลยี โซนร้านอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น สตรีทฟู้ด, อาหารฟิวชั่น, ฟู้ดทรัค ตลอดจนความบันเทิงจากศิลปินและดีเจผลัดเปลี่ยนมาสร้างบรรยากาศและความคึกคัก กำหนดจัดงานในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย-รามอินทรา คาดว่าตลอดระยะเวลา 3 วัน จะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 1 หมื่นคน


ทั้งนี้ จากแผนการดำเนินธุรกิจช่วงไตรมาสสุดท้าย คาดว่าเฉพาะธุรกิจใหม่เกี่ยวกับการจัดอีเวนต์และเอ็กซิบิชันด้านไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ รวมถึงกีฬา จะสร้างรายได้แก่บริษัทฯ ในปีนี้ 70-80 ล้านบาท (ไม่รวมรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่น) ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพการเติบโต ช่วยกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพารายได้หลักจากการจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์


“ตลอดระยะเวลากว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สะสมประสบการณ์จัดอีเวนต์และเอ็กซิบิชันด้านไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และกีฬา ทำให้เราสามารถยกระดับการจัดอีเวนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีการจัดเอ็กซิบิชันที่เป็นงานหลักประจำปี เพื่อขยายฐานลูกค้าและผู้เข้าชมงาน รวมถึงสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ” นายพีระพงศ์ กล่าว

Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 11 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us