Official Update :

29 ก.ย. วันหัวใจโลก กลุ่มทิสโก้ สนับสนุน รพ.รามาธิบดี ชวนคนไทยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ย้ำ “สุขภาพที่ดีคือทรัพย์สินที่ประเมินค่าไม่ได้”

เนื่องในโอกาสวันหัวใจโลก กลุ่มทิสโก้ร่วมสนับสนุนนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หวังช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ด้านแพทย์รามาธิบดีเผย โรคหัวใจไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงจากความดันโลหิตสูง ไขมัน เบาหวาน โรคอ้วน และการสูบบุหรี่ อาจทำให้เกิดโรคก่อนวัย พร้อมแนะใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์สวมใส่เป็นตัวช่วยเฝ้าระวังเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ 


เนื่องในโอกาส วันหัวใจโลก กลุ่มทิสโก้ร่วมสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจผ่านการส่งมอบเงินเข้ากองทุนหน่วยโรคหัวใจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  โดยล่าสุดได้ส่งมอบเงินจำนวน 2,000,000 บาท (2568 - 2569) โดยเป็นการสนับสนุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด พร้อมสนับสนุนให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) ทั้งด้านการเงินและสุขภาพ 


โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร รองคณบดีฝ่ายสนับสนุนพันธกิจและสื่อสารองค์กร และอาจารย์สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (ที่สามจากซ้าย) และนพ. แมน จันทวิมล สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (ที่สองจากซ้าย) ร่วมรับมอบ ณ อาคารสิริกิติ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี   


โรคหัวใจไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร กล่าวว่า เนื่องในวันหัวใจโลกขอเชิญชวนคนไทยตระหนักถึงภัยจากโรคหัวใจ ซึ่งยังคงเป็นโรคสำคัญที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของประชากรวัยผู้ใหญ่ พร้อมย้ำว่าโรคหัวใจไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น แม้ในอดีตคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโรคหัวใจเป็นโรคของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงโรคหัวใจสามารถพบได้ในคนทุกช่วงวัย ขณะเดียวกัน ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคอ้วน และการสูบบุหรี่ ล้วนมีส่วนทำให้โรคหัวใจเกิดขึ้นก่อนวัยอันควร


“โรคหัวใจเป็นโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อชีวิตและสุขภาพ แต่หลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจเป็นสิ่งที่เราสามารถป้องกันหรือควบคุมได้” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ กล่าว


แข็งแรงและไม่มีอาการ
ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง

หลายคนอาจรู้สึกว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากไม่มีอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือความผิดปกติอื่น แต่โรคหัวใจและความเสื่อมของหลอดเลือดบางชนิดอาจค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยยังไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก


กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ผู้สูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากพันธุกรรมอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดโรคได้


การตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสมจึงไม่ควรรอให้เกิดอาการ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านร่วมกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล และวางแผนดูแลสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


เทคโนโลยีช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนเกิดอาการ

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายรูปแบบที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดได้ละเอียดมากขึ้น ตั้งแต่การตรวจหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดในอวัยวะส่วนอื่น ตลอดจนการใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และอัลตราซาวนด์


ตัวอย่างหนึ่งคือการตรวจปริมาณหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ หรือ Coronary Artery Calcium Score ซึ่งใช้ประกอบการประเมินภาวะหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงการตรวจหลอดเลือดแดงบริเวณคอที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ตลอดจนหลอดเลือดบริเวณแขนและขา ข้อมูลจากการตรวจเหล่านี้สามารถช่วยให้แพทย์ประเมินว่าหลอดเลือดเริ่มมีความเสื่อมหรือไม่ และนำไปใช้ประกอบการวางแผนป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสม


อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีตรวจต้องพิจารณาตามอายุ อาการ ปัจจัยเสี่ยง และดุลยพินิจของแพทย์ ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องได้รับการตรวจด้วยเทคโนโลยีทุกประเภท


AI ไม่ใช่คำตอบเดียว โมเดลประเมินความเสี่ยงที่มีอยู่ยังมีความสำคัญ

สำหรับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการคัดกรองและทำนายโรคหัวใจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ มองว่า แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แต่การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจไม่จำเป็นต้องพึ่ง AI ในทุกกรณี


วงการแพทย์มีข้อมูลและแบบจำลองสำหรับประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน โดยแพทย์สามารถนำข้อมูลด้านอายุ เพศ ระดับความดันโลหิต ไขมันในเลือด โรคประจำตัว พฤติกรรมการสูบบุหรี่ และปัจจัยอื่นมาประกอบการประเมินได้


หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับผู้ป่วย และการแปลผลโดยบุคลากรทางการแพทย์


Wearable ตัวช่วยดูแลหัวใจในชีวิตประจำวัน

อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ หรือ Wearable Device สามารถช่วยให้ประชาชนติดตามสุขภาพของตนเองได้สะดวกขึ้น เช่น การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การแจ้งเตือนเมื่อพบชีพจรที่อาจผิดปกติ การติดตามการนอนหลับ ตลอดจนข้อมูลที่อาจสะท้อนระดับความเครียดหรือการฟื้นตัวของร่างกาย


อุปกรณ์บางรุ่นยังสามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเบื้องต้น หรือ EKG/ECG เพื่อช่วยตรวจจับความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจได้อีกด้วย


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ ย้ำว่า Wearable มีประโยชน์ในฐานะเครื่องมือเฝ้าระวังและดูแลตนเองเบื้องต้น แต่ความสามารถของอุปกรณ์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นแตกต่างกัน ผู้ใช้งานควรศึกษาคุณสมบัติและข้อจำกัดให้ชัดเจน ที่สำคัญ ข้อมูลหรือการแจ้งเตือนจากอุปกรณ์ไม่ควรถูกนำมาใช้วินิจฉัยโรคด้วยตนเอง หากพบค่าผิดปกติบ่อยครั้งหรือมีอาการร่วม ควรนำข้อมูลไปปรึกษาแพทย์


Precision Medicine สู่การดูแลที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน

อีกหนึ่งแนวทางที่มีบทบาทมากขึ้นคือ Precision Medicine หรือการแพทย์แม่นยำ ซึ่งหมายถึงการออกแบบแนวทางรักษาให้เหมาะกับลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย


ที่ผ่านมา ยาส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้สามารถใช้ได้กับประชากรส่วนใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนอาจตอบสนองต่อยาหรือวิธีรักษาแตกต่างกัน แพทย์จึงสามารถนำข้อมูลเฉพาะบุคคล เช่น โรคร่วม ลักษณะทางกายภาพ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ พันธุกรรม หรือการตอบสนองต่อยา มาประกอบการปรับชุดยาและแนวทางรักษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น


แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะต้องผลิตยาใหม่เฉพาะสำหรับผู้ป่วยทุกคน แต่เป็นการเลือกและปรับการรักษาที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับความต้องการและความเสี่ยงของแต่ละบุคคลมากที่สุด


การรักษาก้าวหน้า
แผลเล็กลงและฟื้นตัวเร็วขึ้น

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดูแลโรคหัวใจมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทั้งด้านการวินิจฉัย การป้องกัน และการรักษา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและขดลวด ซึ่งมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงขึ้น รวมถึงให้ผลการรักษาในระยะยาวที่ดีขึ้น


นอกจากนี้ ยังมีการรักษาโรคลิ้นหัวใจผ่านสายสวน โดยแพทย์สามารถสอดอุปกรณ์ผ่านหลอดเลือดเพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจบางประเภทได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก การรักษาลักษณะนี้เป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัด ทั้งนี้ ผู้ป่วยต้องผ่านการประเมินจากทีมแพทย์เฉพาะทางก่อนว่ามีความเหมาะสมกับวิธีดังกล่าวหรือไม่


แนวโน้มสำคัญของการรักษาในปัจจุบันคือการทำหัตถการแบบแผลเล็ก หรือ Minimally Invasive Procedure รวมถึงการผ่าตัดผ่านกล้องและการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ซึ่งช่วยให้แพทย์ทำงานผ่านแผลที่มีขนาดเล็ก ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และอาจช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


อย่างไรก็ตาม การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีต้นทุนสูง และต้องอาศัยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขณะที่ระยะเวลาพักฟื้นและการกลับบ้านของผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันตามชนิดของหัตถการ ภาวะสุขภาพ และการพิจารณาของแพทย์ผู้รักษา


โรคหัวใจอาจป้องกันไม่ได้ทั้งหมด
แต่ลดความเสี่ยงได้

เมื่อกล่าวถึงการป้องกันโรคหัวใจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ ระบุว่า ไม่มีวิธีใดสามารถรับประกันได้ว่าจะป้องกันโรคหัวใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น อายุและพันธุกรรม แต่ทุกคนสามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่ควบคุมได้ให้เหลือน้อยที่สุด


พฤติกรรมสำคัญที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่

  • ออกกำลังกายให้เหมาะกับวัยและสภาพร่างกาย

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

  • ลดอาหารเค็ม หวาน และอาหารที่มีไขมันสูง

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเพิ่มผักในแต่ละมื้อ

  • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ตรวจสุขภาพและติดตามค่าความดันโลหิต น้ำตาล และไขมันในเลือด

  • หากเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ควรพบแพทย์และรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง


โดยเฉพาะการไม่สูบบุหรี่ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว


ชวนวัยทำงานมองสุขภาพเป็นการลงทุน

สำหรับคนวัยทำงานที่มักให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย พักผ่อนน้อย หรือมีภาระงานจำนวนมาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ แนะนำให้เริ่มจากการสร้างแรงจูงใจและจัดลำดับความสำคัญของชีวิตใหม่


“การดูแลตัวเองเหมือนกับการเก็บเงิน เราทำงานเพื่อสร้างรายได้และทำให้องค์กร แต่การมีสุขภาพดีเปรียบเสมือนการมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในอนาคต และทำให้เรามีช่วงชีวิตที่สุขภาพดีได้ยาวนานขึ้น”


คนวัยทำงานจึงควรถามตนเองว่า การอดนอน การละเลยการออกกำลังกาย หรือการทุ่มเทให้กับงานจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพนั้น คุ้มค่ากับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เพราะแม้ความสำเร็จในการทำงานจะมีความสำคัญ แต่หากสุขภาพเสื่อมลง คุณภาพชีวิตและความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ก็อาจลดลงตามไปด้วย


“
อย่ารอให้มีอาการจึงเริ่มดูแลหัวใจ”

ในช่วงท้าย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ภาวิทย์ ฝากถึงประชาชนว่า ความรู้พื้นฐานในการดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ


ผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามเนื้อหาสุขภาพจากช่องทางของ Rama Channel ขณะที่ผู้มีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก เหนื่อยผิดปกติ ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม หรือรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ไม่ควรรอให้หายเองหรือวินิจฉัยจากข้อมูลออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจอย่างเหมาะสม


“หากมีอาการแปลก ๆ ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ด้วยตัวเองว่าอาการนั้นเกิดจากโรคหัวใจหรือไม่ ต้องให้แพทย์ช่วยตรวจและประเมิน สิ่งสำคัญที่สุดคือเริ่มดูแลสุขภาพของตัวเองตั้งแต่วันนี้”


เนื่องในวันหัวใจโลก การป้องกันโรคหัวใจจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ซับซ้อน แต่เริ่มได้จากการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม และไม่มองข้ามสัญญาณเตือนของร่างกาย เพราะการดูแลหัวใจตั้งแต่วันนี้ คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

Most Viewed
Stock of the Day
CPF ปักธงฟู้ดอิสเมดิซีน ส่งยูฟาร์มลุยฟู้ดฟังก์ชัน จับ “Butterbear” เนรมิตวิ่งหมูหมี ลุยตลาดซูเปอร์พรีเมียม หนุนพอร์ตโต
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ไม่ขัด รธน. โบรกฯ มองปลดล็อก Overhang การเมือง หนุนเสถียรภาพรัฐบาล หุ้นรับเหมาฯ-นิคมฯ เด่น
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
AKAM พุ่งรับดีล Anthropic! มูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์ ปูทางขึ้นแท่น AI Infrastructure ลุ้นปี 2028 ดันรายได้แตะ 1.7 พันล้านดอลลาร์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
อนุทิน-SET-FETCO โรดโชว์นิวยอร์ก-ลอนดอน! ดึง 43 กองทุน AUM 48 ล้านล้านดอลลาร์ ลุ้นวัฏจักรลงทุนใหม่-ดันไทยสู่ New Economy
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us