TIPAK เปิดเทรดวันแรก 1.73 บาท กำเงินระดมทุนอัปเกรดเครื่องจักร มั่นใจครึ่งหลังปี 69 ผลงานฟื้น
บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK หุ้นบรรจุภัณฑ์น้องใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดตลาดที่ราคา 1.73 บาท ลดลง -6.49% จากราคาไอพีโอที่ 1.85 บาท
ขณะที่นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้เพื่อลดภาระทางการเงิน การใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง และการลงทุนปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับสายการผลิตให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น
โดยบริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนในปี 2570 ประมาณ 100 ล้านบาท ที่โรงงานสมุทรสาครและโรงงานปราจีนบุรี ผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและระบบอัตโนมัติ เปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสายการผลิตแผ่นและกล่องกระดาษลูกฟูกไปสู่ระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบ เพื่อลดความสูญเสียและเพิ่มความรวดเร็ว (Speed Losses)
2) โครงการนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลงทุนวางรากฐานการบริหารโรงงานเชิงวิเคราะห์ด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มความสามารถการติดตามและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิตแบบ Real-time
3) โครงการควบคุมคุณภาพและเสริมสร้างเสถียรภาพการผลิต เพื่อยกระดับอัตราการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ (Quality Rate) ให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันมากกว่า 140,000 ตัน/ปี และกล่องกระดาษลูกฟูกมากกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี
ปัจจุบันบริษัทยังคงมีปริมาณคำสั่งซื้อรองรับอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทได้มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการกระจายฐานลูกค้าออกเป็นมากกว่า 20 กลุ่มอุตสาหกรรม ครอบคลุมลูกค้ารวมกว่า 600–700 ราย ทำให้ระดับความเสี่ยงโดยรวมของบริษัทอยู่ในระดับต่ำมาก สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ผลิตหรือลูกค้าของบริษัท
สำหรับแนวโน้มการเติบโต ที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2-3 เท่าของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) และสามารถสร้างผลงานได้สูงกว่าเป้าหมายดังกล่าวมาโดยตลอด โดยบริษัทคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าภาคการส่งออกที่เคยได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลประกอบการปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 2,542.90 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 121.18 ล้านบาท
ส่วนแนวโน้มอุตสาหกรรมกระดาษลูกฟูก บริษัทมองว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกถือเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนสูง โดยยังไม่พบสัญญาณของนวัตกรรมที่จะเข้ามา Disruption หรือทดแทนกล่องกระดาษลูกฟูกได้ในระยะยาวอย่างน้อย 30–50 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ บริษัทวางตำแหน่ง TIPAK เป็นหุ้นที่มีความยั่งยืนและมั่นคง เน้นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ไม่หวือหวา เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล และมองหาหุ้นสำหรับการถือครองระยะยาวในฐานะหุ้นปันผล โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็นประจำทุกปีในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
