Official Update :

นายกสมาคมเภสัชกรอุตสาหการฯ ชู 3 ปัจจัยดันอุตสาหกรรมยาไทยแข่งขันตลาดโลก หนุนเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมยา ความร่วมมือระหว่างประเทศ

นายกสมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการ บริษัท บี.กริม ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เผยอุตสาหกรรมยาไทยมีโอกาสเติบโตในตลาดโลก ด้วยจุดแข็งด้านมาตรฐานการผลิตและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ


พร้อมชู 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมยา และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการพัฒนายาที่มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน การเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย และการขยายตลาดส่งออก สอดรับแนวคิด “From Thai Innovation to Global Trust” ของงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026


เภสัชกรหญิงพร้อมพร จำนงธนาโชติ นายกสมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) วาระที่ 8 (พ.ศ. 2569 -2572) และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการ บริษัท บี.กริม ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยาไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงานบนหลักการทางวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา กระบวนการผลิต ไปจนถึงการควบคุมและการประกันคุณภาพที่เข้มงวด ทั้งนี้ มีการประยุกต์ใช้มาตรฐานที่เป็นยอมรับ เช่น International Council for Harmonisation (ICH) of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use มาเป็นหนึ่งในการอ้างอิงสำคัญในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ ของผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคและระบบสาธารณสุขในประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับศักยภาพเพื่อขยายโอกาสการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม


“อุตสาหกรรมยาไทยมีพื้นฐานด้านมาตรฐานการผลิตและบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำนวัตกรรมมาต่อยอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง เพราะการแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้พิจารณาเพียงต้นทุน แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาศักยภาพเพื่อแข่งขันในระดับสากลได้”  เภสัชกรหญิงพร้อมพรกล่าว


ชู
AI – Robotics ยกระดับการผลิต

นายกสมาคมเภสัชกรอุตสาหการฯ เผยว่า เทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยา โดยเฉพาะระบบอัตโนมัติ (Automation) และหุ่นยนต์ (Robotics) ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในกระบวนการผลิต รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ ผสานกับการพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ก็ยิ่งช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค ตลอดจนคู่ค้าในระดับสากล


นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสสูงในการพัฒนายาที่มีความซับซ้อนในการผลิต เช่นยาชีววัตถุ ยาออกฤทธิ์เนิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การนำเทคโนโลยี AI  และ Robotics  เข้ามาประยุกต์ใช้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคุมสภาวะการผลิต ไปจนถึงการใช้หุ่นยนต์ช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในพื้นที่สะอาด รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้กับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากสมุนไพรไทย เช่น การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์โปรไฟล์สารสำคัญ ลดความแปรปรวนของวัตถุดิบธรรมชาติ เพื่อยกระดับให้เป็นผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและขยายตลาดส่งออก และสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศไทย


ผนึกความร่วมมือทุกภาคส่วน ผลักดันยาไทยสู่ตลาดโลก

เภสัชกรหญิงพร้อมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า การยกระดับอุตสาหกรรมยาไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยสมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) มุ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะบุคลากร (Reskill และ Upskill) ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี


นอกจากนี้ การสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการต่างประเทศยังช่วยเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิต และขยายตลาดส่งออก ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาไทย โดยงาน ThaiFDA WELLNEXT 2026 ถือเป็นอีกเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือและส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล


“เป้าหมายของอุตสาหกรรมยาไทยคือการทำให้ผลิตภัณฑ์ยาไทยได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐานจากตลาดโลก ซึ่งต้องอาศัยนวัตกรรม บุคลากรที่มีศักยภาพ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมและความมั่นคงทางยาของประเทศในระยะยาว” นายกสมาคมเภสัชกรอุตสาหการฯ กล่าวทิ้งท้าย

Most Viewed
News Highlight
ผลประกอบการเอสซีจี 9 เดือน ปี 2569 Adjusted Cash EBITDA โต 19% ผนึก SCGC และ GC ดันธุรกิจพอลิโอเลฟินส์ขึ้นแท่น TOP 10 ของโลก
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SELIC โชว์ธรรมาภิบาลแกร่ง รับ CGR 5 ดาว ระดับ “ดีเลิศ” ติดกลุ่ม Top Quartile เป็นปีที่ 4
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
“BBLAM”...เปิดตัว 2 กองทุน "B-GDI” & “B-GAR" ตอบโจทย์นักลงทุน – ฝ่าวิกฤตความผันผวน
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
PTTGC ผนึก SCGC รวมธุรกิจโอเลฟินส์ไทย ดันกำลังผลิต 7.1 ล้านตันต่อปี มุ่งติด TOP 10 โลก สร้าง Synergy 150-200 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“Structure Note” มีกี่ประเภท? รู้จักหุ้นกู้มีอนุพันธ์แฝง ออกแบบการลงทุนได้ตามใจ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us