SO กำไร 9 เดือนพุ่ง 25% รับรู้รายได้ค่าเช่าต่อเนื่อง เล็งลงทุนสตาร์ทอัพ

SO สยามราชธานี กำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ปี 2564 เพิ่มขึ้น 25.33% แตะระดับ 126.27 ล้านบาท เฉพาะงวดไตรมาส 3/64 มีกำไรเติบโต 3.23% ได้แรงหนุนรับรู้รายได้ค่าเช่าและบริการรถยนต์ให้เช่า (SO WHEEL) จากลูกค้าหน่วยงานของรัฐรายใหญ่ต่อเนื่อง ด้าน “ซีอีโอ” กางแผนเดินเครื่องนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงาน-เพิ่มส่วนงาน SO NEXT ปั้นรายได้ พร้อมเปิดรับพันธมิตร สนใจลงทุนสตาร์ทอัพ หวังผนึกกำลังช่วยกันเติบโต แย้มแผนเดินหน้าซื้อกิจการบริษัทเป้าหมาย “Outsource-Software Enterprise-Professional Training” ต่อจิ๊กซอว์เติบโตต่อเนื่อง-เดินแผนทรานฟอร์มสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ


นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยว่า แม้บริษัทจะเผชิญความท้าทายจากการระบาดโควิด-19 และผลกระทบล็อกดาวน์จากมาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3/64 แต่ผลประกอบการของบริษัทยังสามารถมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยสำหรับผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-ก.ย.2564) บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,554 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.45% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้แรงสนับสนุนจากรายได้ค่าเช่าและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5.4% ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้บริการรถยนต์ให้เช่าซึ่งบริษัทได้ลูกค้าหน่วยงานของรัฐรายใหญ่รายหนึ่ง ที่มีการทำสัญญาในรูปของสัญญาระยะยาว (อายุสัญญา 5 ปี) ในช่วงเดือน เม.ย.63 ทำให้บริษัทมีการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจากสัญญาดังกล่าว


บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 291.74 ล้านบาท เติบโต 6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 18.77% จากระดับ 17.69% และสามารถทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 126.27 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 25.33% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้เฉพาะงวดไตรมาส 3/64 บริษัทยังมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 43.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.23% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน


โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย.2564 ที่ผ่านมา บริษัทมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,552.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.19% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากรายการลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ทางการเงินมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากสิ้นปี 2563 ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 638.70 ล้านบาท ลดลง 4.02% ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 914.16 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.17% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมของบริษัทซึ่งเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิของบริษัทที่เกิดขึ้นในระหว่างงวด


"ผลประกอบการของบริษัทที่มีการเติบโตนั้น สะท้อนถึงการทำงานของบริษัทที่มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อรับมือกับความท้าทายที่้เกิดขึ้น จากทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้ทุกอย่างไว รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ รวมถึงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อทุกภาคส่วน"


นายณัฐพล กล่าวถึงวิสัยทัศน์และนโยบายการบริหารธุรกิจหลังจากนี้ว่า สยามราชธานียังจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง หลังจากเริ่มทำดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นมาแล้ว 2-3 ปี โดยบริษัทมีเป้าหมายจะเน้นการทำงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralize) ที่ให้อำนาจผู้บริหารแต่ละส่วนสามารถบริหารจัดการงานเองได้ ไม่ต้องผ่านผู้บริหารระดับสูง(CEO) ทั้งหมด รวมถึงใช้กระบวนการทำงานแบบ Agile ที่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวให้บริษัทพร้อมเติบโตแบบสเกลอัพได้ตลอดเวลา


"จุดแข็งของสยามราชธานีคือ การที่รวมซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบุคลากรไว้ด้วยกันทั้งหมด ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลูกค้าได้หลายโซลูชั่น อีกทั้งปัจจุบันบริษัทยังมีลูกค้าที่มั่นคงทั้งที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และหลากหลายบริษัทที่มีมาตรฐานสูงรวมกว่า 600 สัญญา ส่งผลให้บริษัทสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากลูกค้ามาพัฒนาไปพร้อมๆ ไปกับคู่ค้า


ดังนั้นสิ่งที่บริษัทพยายามเพิ่มสัดส่วนงานให้มากขึ้นต่อจากนี้คือ งานทางด้าน SO NEXT ซึ่งเป็นส่วนงานที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานมากขึ้น โดยปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ 5% โดยใช้กลยุทธ์คือการเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมกันทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะสตาร์ทอัพซึ่งปัจจุบันก็มีความร่วมมือกับบางแห่งแล้ว แต่ก็พร้อมที่จะรับพันธมิตรเพิ่มต่อเนื่อง หากโซลูชั่นของการทำธุรกิจสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าหรืออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทก็พร้อมเข้าไปลงทุนและหาลูกค้าให้ด้วย


"ยุคปัจจุบันเราต้องช่วยกันโต ส่วนงานไหนที่ไม่เชี่ยวชาญ ก็ชวนคนที่เขาเก่งกว่ามาช่วยกันทำงานได้ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นคู่แข่งหรือธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เนื่องจากตลาดของธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจรยังมีมูลค่าที่สูงมาก โดยสิ่งที่เห็นหลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจยิ่งต้องปรับตัวรวดเร็ว และมีความจำเป็นต้องลดต้นทุนในการบริหารค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องใช้การบริการจากข้างนอกในส่วนงานที่แยกส่วนได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลดีต่อสยามราชธานี" ซีอีโอ กล่าวสรุป

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us