SO โชว์กำไรปี 2564 โต 20% ใจป้ำจ่ายทั้งเงินปันผลและหุ้นปันผล ย้ำปีนี้รายได้โตได้อีก 10%

สยามราชธานีโกยกำไรปี 2564 สูงถึง 168 ล้านบาท หรือ โต 20%  จากทุกหน่วยธุรกิจ ชี้เพราะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ส่งผลโดนใจลูกค้ารายใหม่เพิ่ม ขณะที่ลูกค้าเก่าพร้อมต่อสัญญาอัตราสูงถึง  90 % ธุรกิจ ส่วนรายได้โตเพียง 2.4 % เผยเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด-19 ที่ลูกค้าเน้นลดค่าใช้จ่าย ใจถึงยอมจ่ายทั้งเงินปันผลและหุ้นปันผลให้ผู้ถือหุ้น ลั่นปีนี้มั่นใจรายได้โต 10 % จาก 2 กลยุทธ์หลัก ใช้นวัตกรรม-วิจัย&พัฒนา และพร้อมหาพันธมิตร-ลงทุนธุรกิจใหม่ทันทีเมื่อมีโอกาส เหตุการเงินแข็งแกร่งมาก D/E เพียง 0.62 เท่า


นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทปี 2564  SO มีกำไรสุทธิ 168 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 20.86 % จากปีก่อนที่ทำได้ 139 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตมาจากทุกหน่วยธุรกิจของบริษัท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปีนี้อยู่ที่ 8.1% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 6.8% ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ระดับ 18.8 % ซึ่งใกล้เคียง/เท่ากับปีก่อนที่ทำได้ 18.3%


ขณะที่รายได้บริษัททำได้ 2,086 ล้านบาท หรือโตเพียงเล็กน้อยที่ 2.4 % จากปีก่อนอยู่ที่  2,037  ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวตามสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานภายในบริษัทลงตามสภาพเศรษฐกิจ  


“ปัจจัยที่ทำให้กำไรโตมากถึง 20 % ส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากที่บริษัทมีนโยบายใช้กลยุทธ์การลดหรือตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งเรื่องของเวลาและเงินทุน (Lean) ที่ทำมาต่อเนื่องมาตลอด 2-3 ปี และที่สำคัญคือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้ในการดำเนินงานที่สามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนการทำงานให้กับลูกค้า เช่น ระบบการลงเวลาและคำนวณค่าใช้จ่าย ซึ่งลดความซับซ้อนในเรื่องการคำนวณเงินล่วงเวลา (โอที) ให้กับพนักงานตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะรายที่จะมีวิธีคิดและระบบการจัดการที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังช่วยทำให้มีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันลูกค้าเก่าก็มีอัตราการต่อสัญญาสูงถึง  90 %”นายณัฐพลกล่าว


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อว่า จากผลประกอบการดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นทั้งในรูปแบบเงินปันผลและหุ้นปันผล โดยอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 0.2 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 74.4 ล้านบาท และจ่ายเป็นหุ้นปันผล 5 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล หรือขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 20 เมษายน 2565 และจะมีการจ่ายเงินปันผลและหุ้นปันผลในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565  ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดผลประกอบการครึ่งปี 2564 แล้วที่ 0.2 บาทต่อหุ้น               


อย่างไรก็ดี  ปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,086 ล้านบาท จาก 2 แรงขับเคลื่อนหลักคือ 1.การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการบริการการจ้างเหมาบริการครบวงจรมากขึ้น เพื่อให้เกิดการวิจัยและการพัฒนา (R&D) และเกิดนวัตกรรมใหม่เพิ่มขึ้น และ 2.การพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ กับพันธมิตรของบริษัท รวมถึงพร้อมที่จะลงทุนธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อมีโอกาส เนื่องจากมองว่าจะช่วยให้เกิดทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ และการบริการรูปแบบใหม่ที่จะสามารถตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้าได้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทขยายฐานได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยภายหลังจากที่ SO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วก็ยิ่งทำให้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่เข้มแข็งอย่างเห็นได้ชัดมากในระยะกว่า 1 ปีที่ผ่านมา


ปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.62 เท่า ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ 0.76 เท่า ขณะที่มีหนี้สินทั้งหมด 588 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 665 ล้านบาทขณะที่ตัวเลขทางการเงินอื่นๆ ของบริษัทก็เข้มแข็งมาก ตั้งแต่สินทรัพย์บริษัท ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,540 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2563 ที่ 1,534 ล้านบาท อัตราส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 952 ล้านบาท เมื่อเทียบปี 2563 ที่ 869 ล้านบาท และอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.37 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 2.07 เท่า


นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งหน่วยงานใหม่ที่รับผิดชอบและดูแลเรื่องโครงการและการลงทุนต่างๆ โดยตรง (Investment and Project) รวมถึงการหาบริษัทสตาร์ทอัพที่มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยี หรือหาบริษัทร่วมการลงทุน (Venture Capital หรือ VC) เข้ามาเป็นพันธมิตรต่อเนื่อง อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้พันธมิตรร่วมมาเป็นคณะกรรมการบริษัทสยามราชธานี เพื่อร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางของบริษัท ซึ่งส่วนนี้ในฐานะซีอีโอจะเข้ามาดูแลโดยตรง


อย่างไรก็ดี สิ่งที่สยามราชธานีได้ให้บริการลูกค้ามาตลอดกว่า 40 ปี คือ การเปิดรับฟังความต้องการของลูกค้าและปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนสะสมเป็นประสบการณ์การทำงานร่วมกันกับลูกค้า ที่สำคัญทำให้สามารถพัฒนาแนวทางการทำงานหรือการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ (Solution)  เพื่อแก้ข้อจำกัดหรืออุปสรรคให้กับลูกค้าเมื่อเกิดอุปสรรคหรือข้อติดขัดในกระบวนการทำงานอยู่ตลอดเวลา รวมถึงยังสามารถประยุกต์การแก้ไขปัญหาในกรณีที่คล้ายกันให้กับลูกค้ารายอื่นได้อีกด้วย

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us