Official Update :

ZIGA ผถห.ยกมือโหวตผ่านทุกวาระ “ศุภกิจ งามจิตรเจริญ” พร้อมเดินหน้าพัฒนาต่อยอดธุรกิจ Digital Technology - FinTech

ผู้ถือหุ้นZIGA พร้อมใจยกมือโหวตผ่านทุกวาระ พร้อมเดินหน้าลุยพัฒนาธุรกิจ Digital Technology - FinTech ผ่านบริษัทย่อย วิสเดน กรุ๊ปหลังจากเดินเครื่องขุดบิทคอยน์ที่มีอยู่ 400 เครื่องเต็มกำลัง  ฟาก"ศุภกิจ งามจิตรเจริญ"ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มั่นใจ ZIGA มาถูกทาง พร้อมลุยธุรกิจบลูโอเชี่ยน ระบุ Q1/65สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ได้เต็มไตรมาสครั้งแรก ขณะที่ธุรกิจเหล็กสัญญาณดีออเดอร์คึกคัก สนับสนุนผลงานปี65 โตเข้าเป้าที่ระดับ15-30%  


นายศุภกิจ งามจิตรเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ZIGA เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ได้มีมติอนุมัติทุกวาระที่บริษัทฯเสนอมา  จากนี้ไปบริษัทฯยังคงเดินหน้าพัฒนาการต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นในธุรกิจ Digital Technology กับ Financial Technology หรือ FinTech หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเข้าไปลงทุนในธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ ผ่านบริษัท ซิก้า เอฟซี จำกัด (“ZIGA FC”) ปัจจุบันมีเครื่องขุด จำนวนรวม 400 เครื่อง รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาจะเพิ่มจำนวนเครื่องขุดอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ บริษัทฯ  จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีผ่านบริษัทย่อย ประกอบด้วย บริษัท เมอร์ลินตั้น อินโนเวชั่น จำกัด เพื่อการลงทุนและพัฒนาธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับ Digital Technology และ บริษัท วิสเดน กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำร่องในการทรานสฟอร์มธุรกิจเข้าสู่โหมดเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว  โดยเริ่มต้นด้วยตัวเหมืองขุดบิดคอยน์ เพื่อการลงทุน  ธุรกิจที่ให้บริการทางการเงินที่นำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ (Financial Technology หรือ FinTech) เพื่อขยายภาพของธุรกิจ ZIGA ให้มีความเป็นเทคโนโลยีมากขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าดิจิตอลแอสเซ็ท เพิ่มศักยภาพด้านบล็อกเชน สำหรับภารกิจสำคัญของวิสเดน กรุ๊ป คือการออกแบบธุรกิจ มองหาโอกาสใหม่ ๆ  โดยในช่วงแรก หรือเป้าหมายระยะสั้น บริษัทจะเน้นในเรื่องของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตลาดสามารถจับต้องได้ เน้นในเรื่องของการวิจัยและพัฒนา (R&D) ทดลองและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องรวมถึงพัฒนาและบริหารผลิตภัณฑ์ทางการเงิน  พร้อมเปิดกว้างในการค้นหาพาร์ทเนอร์ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายงานด้านเทคโนโลยี เพื่อมุ่งสู่ตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ


"การพัฒนาต่อยอดธุรกิจเทคโนโลยีจากเหมืองขุดบิทคอยน์  สามารถดำเนินการได้หลากหลาย รูปแบบ และจะสนับสนุนให้บริษัทฯ มีฐานรายได้ใหม่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจเทคโนโลยียังถือเป็นบลูโอเชี่ยน และจะเป็น New S-Curve ใหม่ของบริษัทฯ ขณะเดียวกันธุรกิจเหล็ก ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิม ยังมีแนวโน้มที่ดี เนื่องมีออเดอร์ของโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้มั่นใจว่าทั้งสองธุรกิจจะช่วยผลักดันการเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต" นายศุภกิจกล่าว


สำหรับภาพรวมของธุรกิจในไตรมาส1/2565 บริษัทฯยังคงรักษาการเติบโตได้ดี เนื่องจากสามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจขุดเหมืองบิทคอยน์ได้เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ขณะที่ธุรกิจเหล็กมีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากการเน้นกลยุทธ์การตลาดในส่วนการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือท่อประปาที่คาดว่าจะเข้ามารองรับความต้องการจากลูกค้ากลุ่มเดิมที่มีมากขึ้น น่าจะช่วยผลักดันให้ผลงานในปี 2565 เติบโตในระดับ 15-30%ตามเป้าหมายที่วางไว้