ตะลึง!! 7 หุ้น อัตรากำไรสุทธิพุ่งเกิน 100% รับผลบวกจากการบันทึกรายการพิเศษ
อีกหนึ่งหลักการที่ทำให้บริษัทมีความน่าสนใจ คือ ความสามารถในการทำกำไร หรือที่เรียกว่าอัตรากำไรสุทธิ ถ้าบริษัทไหนมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ในระดับที่สูง ย่อมเป็นที่สนใจของนักลงทุน แต่อย่าลืม บางบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิสูงก็จริง แต่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินธุรกิจ เพราะมีบางส่วนที่บันทึกรายการพิเศษ จนทำให้อัตรากำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
ก่อนอื่นต้องอธิบายกันก่อนว่า Net Profit Margin หรือ อัตรากำไรสุทธิ จะการบอกความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ว่า มีกำไรสุทธิคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรจากรายรับทั้งหมดของบริษัท กล่าวคือ รายได้ทั้งหมดที่บริษัทได้รับ เมื่อหักต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดอกเบี้ยและภาษี จะเหลือเป็นกำไรสุทธิทั้งหมดเท่าไหร่
ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจดูว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยรายไหน ที่มีอัตรากำไรสุทธิมากกว่า 100% และด้วยสาเหตุอะไรทำไม่ถึงพุ่งแรงขนาดนั้น บทความนี้หาคำตอบมาให้นักลงทุนแล้ว

CHOW บันทึกกำไรจากการขายบริษัทย่อย
จากตารางดังกล่าวพบว่าบริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) CHOW มีอัตรากำไรสุทธิสูงสุด มาอยู่ที่ระดับ 564.82 % โดยไตรมาส 1/65 เกิดจากการขายบริษัทย่อยในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 4 บริษัทซึ่งเป็นเจ้าของโรงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 4 แห่ง บริษัทจึงรับรู้กำไรจากการขายโครงการรวมทั้งสิ้น 1,423.46 ล้านบาท โดยการขายโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทในการสร้างผลกำไรสูงสุดให้แก่กลุ่มบริษัท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทพลิกฟื้นเป็นกำไร และสัดส่วนทางการเงินก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
ACC มีกำไรจากการขายเงินลงทุน 161.18 ล้านบาท
ถัดมา บริษัท แอดวานซ์ คอนเนคชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ACC รายงานว่า บริษัทมีผลกำไรสุทธิ 135.50 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุนสุทธิ 5.21 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ซี.อี.ไอ.(เชียงใหม่) จำกัด และบริษัท เอซีซี กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ในราคา 556.66 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์สุทธิ ณ วันขายเงินลงทุนของ ทั้งสองบริษัทย่อยจำนวน 395.48 ล้านบาท ส่งให้บริษัทมีกำไรสุทธิจากการขายเงินลงทุนจำนวน 161.18 ล้านบาท
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) INTUCH ประกอบธุรกิจการลงทุนโดยการเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่น ซึ่งรายงานว่า ในไตรมาส 1/65 ได้ขายเงินลงทุนใน บริษัท บริษัท นินจา โลจิสติกส์พีทีอี หนึ่งในสตาร์ทอัพที่บริษัทเข้าลงทุนเมื่อปี 2562 เป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น 5.73 ล้านเหรียญสหรัฐ มีผลตอบแทน (IRR) อยู่ที่ระดับ 35% โดยไตรมาส 1/65 มีส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทย่อยและบริษัทร่วมจํานวน 2,574 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน เนื่องจากการลดลงของผลกําไรของเอไอเอสและไทยคม
ส่วน บริษัท สตาร์ สิทธิ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) SSS รายงานว่า ในไตรมาส 1/65 บริษัทมีการรับรู้รายได้จากการกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้น 9.35 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้เงินกู้ยืมเป็นจำนวน 10.00 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เคยตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับลูกหนี้ดังกล่าวไว้ในปี 2563-2564 โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมียอดคงเหลือลูกหนี้เงินให้กู้ยืมจำนวน 25.00 ล้านบาท และได้ตั้งค่าเผื่อฯไว้แล้วจำนวน 12.89 ล้านบาท
บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) MDX รายงานว่า ในไตรมาส 1/65 บริษัทบันทึกรายได้จากการขายที่ดิน จำนวน 28.03 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนวนประมาณ 7 ไร่ ในขณะที่ในไตรมาสที่ 1/64 บริษัทไม่มีรายได้จากการขายที่ดิน
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG รายงานว่า ในไตรมาส 1/65 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,363.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2564 โดยในไตรมาส 1/2565 มีการบันทึกรายได้จากรายการพิเศษรวม 846.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Star Energy Group Holdings Pte.Ltd. (“SEGHPL”) ส่งผลให้กำไรสุทธิสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ
บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) TSE รายงานว่า ในไตรมาส 1/65 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 338.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย โดยบริษัทรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 234.44 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอื่นๆ สูงขึ้น

