Official Update :

JAS ปีนี้จะขาดทุนอีก 794 ล้านบาท กูรูแนะ “ขาย” ให้ราคาเหมาะสม 3.10 บาท ส่วน JTS ก็ไม่ช่วยสร้างกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ JAS วันนี้มีปริมาณการซื้อขายเข้ามาอย่างหนาแน่น และราคาปรับลดลงอย่างร้อนแรง  ซึ่งล่าสุดนักวิเคราะห์ออกมาประเมิน JAS ว่า “แนวโน้มในอนาคตมืดมน”ธุรกิจหลัก ของ JAS ยังไม่ชัดเจนจาก ตัวเลขผู้ใช้บริการที่น่าจะเติบโตในอัตราที่ลดลงอย่างแน่นอนในปีนี้ และการแข่งขันที่ยังรุนแรง ในขณะที่ ARPU น่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงประเมินปีนี้คาดจะเห็นการขาดทุนอีกครั้ง ส่วน JTS ก็ไม่สร้างกำไรมากพอที่จะช่วย JAS แต่ความหวังเพียงอย่างเดียวของ JAS อยู่ที่การเข้าควบรวมกิจการกับ ผู้ประกอบการรายอื่น


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาประเมินไว้อย่างน่าสนใจภายใต้หัวข้อ “แนวโน้มในอนาคตมืดมน” โดยมีใจความว่า คาด JAS อาจขาดทุนต่อเนื่องอีกหนึ่งปี การเติบโตของรายได้น่าจะไม่มากพอที่จะชดเชยต้นทุนค่าเช่าใยแก้วนำแสงจาก JASIF ในปีนี้ ในขณะที่แนวโน้มธุรกิจ FBB ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ JAS ยังไม่ชัดเจนจาก 1.ตัวเลขผู้ใช้บริการที่น่าจะโตลดลงอย่างแน่นอนในปีนี้ และ 2.การแข่งขันที่ยังรุนแรง ในขณะที่ ARPU น่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย จาก ถือ ที่ราคาเป้าหมายเดิมที่ 3.10 บาท โดยความหวังเพียงอย่างเดียวของ JAS อยู่ที่การเข้าควบรวมกิจการกับ ผู้ประกอบการรายอื่น


ทั้งนี้เชื่อว่าอัตราการเติบโตของตัวเลขผู้ใช้บริการ Fixed broadband (FBB) น่าจะเริ่มลดลงในปี 65 เนื่องจากผู้บริโภคส่วนมากได้เลือกใช้บริการ FBB มาตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาด Covid ในปี 63 จนถึงปี 64 นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงซึ่งกำลังกดดันการตั้งราคาสินค้าและบริการอุปโภคบริโภค ปัจจุบันผู้บริโภคอาจพิจารณาลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งอาจให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นในราคาที่ต่ำ โดยเชื่อว่าบริการ FBB มีความเสี่ยงที่จะโตช้าในปี 65 จึงประเมินปี 2565 จะขาดทุนต่ออีก 794 ล้านบาท


นอกจากนี้แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากแนวโน้มธุรกิจ FBB ที่ไม่สดใส JAS น่าจะได้ปัจจัยหนุนระยะสั้นจากต้นทุนใยแก้วนำแสง (FOC) ของ Jasmine Broadband Internet Infrastructure Fund (JASIF) จากมาตรฐาน TFRS16 อัตราการคำนวนส่วนลดน่าจะเพิ่มตามเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรของรัฐบาลไทย ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงจากไตรมาส 1/65 เนื่องจากเงินเฟ้อของไทยอาจเพิ่มในไตรมาส 2/65 ด้วยเหตุดังกล่าวเชื่อว่า JAS อาจบันทึกกำไรต่อเนื่องในไตรมาส 2/65 เป็นไตรมาสที่สองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา



JTS ไม่มีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ประเมินว่าส่วนแบ่งกำไรจาก JTS บริษัทย่อยของ JAS ที่เข้าสู่ธุรกิจเหมือง Bitcoin อาจไม่มากพอที่จะช่วยให้กำไรของ JAS สูงกว่าที่คาด แม้ว่าราคาหุ้นของ JTS จะเพิ่มถึงกว่า 118% จากต้นปี 65 ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ JTS สูงกว่าของ JAS ถึง 12 เท่า อย่างไรก็ดีส่วนแบ่งกำไรของ JTS ที่ให้แก่ JAS อยู่ที่เพียง 100 ล้านบาท ในปี 2564

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”