KEX กำลังได้เปรียบจากสงครามราคา แต่เสี่ยงเกินไปที่จะเข้าไปสะสมหุ้น
อีกหนึ่งหุ้นมหาชนที่มีเสียงเรียกร้องจากนักลงทุนมาโดยตลอด อย่าง KEX หรือ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นมาดูเหมือนว่า ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปัจจัยกดดันเข้ามารุมเร้าอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดมีแรงเก็งกำไรเข้ามาอย่างหนาแน่น ดังนั้นในแง่ของพื้นฐาน KEX ยังน่าสะสมหรือไม่ Wealthy Thai หาคำตอบให้แล้ว
สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ใหม่ จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์ของ KEX เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. สรุปได้ดังนี้ 1.ปริมาณการจัดส่งพัสดุในไตรมาส 2/2565 มีแนวโน้มทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันของปีก่อน 2. KEX ได้เพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงในวันที่ 13 มิ.ย. 3. การแข่งขันที่รุนแรงน้อยลงเนื่องจากผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนทั้งหมดพยายามส่งต่อต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค และ 4.ยังไม่มีข้อมูลอัพเดตเกี่ยวกับผลการระดมทุนของ Flash
ค่าธรรมเนียมน้ำมัน จากการคำนวณของฝ่ายวิจัย การเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงจะชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ณ ราคาน้ำมันดีเซลที่ 35 บาท บริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่ม 2 บาท ซึ่งคาดจะส่งผลให้กำไรปกติเพิ่มขึ้น 245 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุนปกติที่คาดไว้ที่ 1.4 พันล้านบาท ในปี 2565 โดยคาดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะคิดเป็นสัดส่วนที่ 9% ของค่าใช้จ่ายการขาย (COGS) และปริมาณการจัดส่งพัสดุแบบเร่งด่วนคาดจะทรงตัวแม้ว่าอัตราค่าจัดส่งจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ปัจจัยลบยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่า KEX จะสามารถส่งต่อผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นให้กับผู้บริโภคผ่านการคิดค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง แต่กลยุทธ์การกำหนดราคาเพื่อกำจัดคู่แข่งของ KEX ก็น่าจะยังคงอยู่ในมุมมองของฝ่ายวิจัย ดังนั้น จึงเป็นการมองโลกในแง่ดีเกินไปที่จะมองว่าอัตราการจัดส่งนั้นจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคมากขึ้นเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เร็วกว่าที่คาดไว้อาจฉุดให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายปลีกและยอดขายอีคอมเมิร์ซอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งหมดเกี่ยวกับโครงสร้างของตลาด ฝ่ายวิจัยคาดว่าการดำเนินงานของ Flash และ J&T จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง และการขึ้นค่าแรง ดังนั้น ทั้ง 2 บริษัทจึงเพิ่มราคาจัดส่งที่ถูกที่สุดและลดโปรโมชั่นส่วนลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ การเทขายสินทรัพย์ทางการเงินทั้งหมดทั่วโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้ อาจสะท้อนถึงความยากลำบากของ Flash ในการระดมทุน อย่างไรก็ตามคิดว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Flash หรือ J&T กำลังจะออกจากตลาดในไม่ช้า การวิเคราะห์สถานการณ์ของฝ่ายวิจัยแสดงให้เห็นว่าการออกจากตลาดของผู้เล่นหลักอย่าง Flash หรือ J&T จะช่วยพัฒนาโครงสร้างตลาดและกู้คืนความสามารถในการทำกำไรของ KEX ได้เร็วกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ กรณีที่ดีที่สุดนี้จะแสดงถึงมูลค่ายุติธรรมของ KEX ที่ 28.93 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน 22%
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ราคาหุ้น KEX เพิ่มขึ้น 12.3% ในช่วงสองวันซื้อขายล่าสุด จากประโยชน์ทางการเงินที่คาดเป็นบวกจากการขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และกระแสข่าวเชิงลบเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ประสบปัญหาของ Flash ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ P/BV ปี 2565 ที่ 5.28 เท่า ซึ่งต่ากว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม คงคำแนะนำ “ขาย” สำหรับ KEX โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 18.46 บาท หรือเพิ่มขึ้น 3.7% เนื่องจาก ปรับปีฐานราคาเป้าหมายเป็นกลางปี 2566 โดยฝ่ายวิจัยคาดว่ายังเสี่ยงเกินไปที่จะกลับไปสะสม KEX อีกครั้ง จากความคาดหมายที่ว่า Flash จะล้มเหลวในการระดมทุนที่กำลังจะเกิดขึ้น และถูกบังคับให้ออกจากตลาด นอกจากนี้ฝ่ายวิจัยยังกังวลเกี่ยวกับการถดถอยทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการขายอีคอมเมิร์ซ ประการสุดท้าย คาดไตรมาส 2/2565 จะยังขาดทุนอยู่
