Official Update :

EDL-Gen ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง จากการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าในอาเซียน

‘ไฟฟ้า’ สินค้าส่งออกอันดับ 1 ของ สปป.ลาว

ธุรกิจผลิตไฟฟ้าใน สปป.ลาวนั้น มีจุดที่น่าสนใจ คือ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจนี้ ไม่ได้เพียงแค่ผลิตไฟฟ้าและใช้แค่ภายในประเทศเท่านั้น โดยในรายงานประจำปี 2563 ของธนาคารแห่ง สปป.ลาว ได้รายงานว่า ไฟฟ้า นั้นถือเป็นสินค้าส่งออกสำคัญลำดับที่ 1 ของประเทศ ซึ่งในปี 2563 มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ 30.4% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวม 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกำลังการผลิตไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ ที่ 10,438 MW’


บริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen เป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายหลักของ สปป.ลาว ที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ซึ่งทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ จะสอดคล้องกับนโยบายของทางภาครัฐซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจากปัจจัยข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศ และพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับการพัฒนาประเทศ  ประกอบกับบริษัทฯ มีการร่วมลงทุนในโครงการ IPP จำนวนโครงการคิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนโครงการ IPP ทั้งหมดในประเทศ


ปัจจุบัน EDL-Gen มีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำที่บริษัทเป็นเจ้าของ รวมทั้งสิ้น 10 โครงการ มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 699 MW และมีกำลังการผลิตไฟฟ้า IPP ที่ร่วมลงทุนอีก 17 แห่ง กำลังการผลิตไฟฟ้าผ่านการถือหุ้นรวม 993.22 MW โดยในส่วนนี้แบ่งเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ 16 แห่ง กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 974.02 MW และจากพลังงานแสงอาทิตย์ 1 แห่ง กำลังผลิตไฟฟ้ารวม 19.20 MW


ผลจากการที่ไฟฟ้าเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 1 ของ สปป.ลาว ทำให้  EDL-Gen เดินตามแผนเดียวกับประเทศ ที่ไม่ใช่แค่เพียงการผลิตไฟฟ้าเพื่อการขายในประเทศเท่านั้น แต่ EDL-Gen เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเดินหน้าผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศต่างๆ เช่น ไทย เวียดนาม กัมพูชา  


โดยในการจำหน่ายไฟฟ้าล่าสุดของ EDL-Gen ในปี 2564 นั้น พบว่า บริษัทฯ มีการส่งออกไฟฟ้าไปยังประเทศไทย ผ่าน EGAT จำนวน 705 MW หรือคิดเป็นสัดส่วน 41.90 % ของกำลังการผลิตทั้งหมด และส่งออกให้กับการไฟฟ้ากัมพูชา (EDC กัมพูชา) จำนวน 52 MW หรือคิดเป็น 3.10 % ของทั้งหมด



EDL-GEN เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

โดยผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา EDL-Gen มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด โดยไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 มีรายได้รวม 1,095.5 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 810.2 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงจาก Bloomberg เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2565) ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้นั้น มาจากปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมในไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 อยู่ที่ 570 GWh เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 ที่ผลิตไฟฟ้าได้ 424 GWh  สะท้อนถึงความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


สำหรับแนวโน้มของผลการดำเนินงาน EDL-Gen ยังมีทิศทางที่สดใส โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาสที่ 3 ที่ถือว่าเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนไหลเข้าเขื่อนมากที่สุด โดยระหว่างปี 2563 และ 2565 ปรากฏการณ์ La Nina ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งในปี 2565 นี้ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าอ่าง ดีกว่าปีที่ผ่านมา  ทั้งนี้ จากข้อมูลจุดวัดระดับน้ำของแต่ละเขื่อนของ EDL-Gen ยังพบว่า ปริมาณน้ำฝนใน 5 เดือนแรกของปี 2565 นี้ เพิ่มสูงขึ้นถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน


โดยใน 5 เดือนแรกของปี 2565 มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอยู่ที่  5,306.80 ล้าน m3   หรือ คิดเป็น 202.70 % ของแผนการ และหากเทียบกับข้อมูลของ 5 เดือนแรกของปี 2564 เท่ากับ 166.44% คาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 3 และ ไตรมาสที่ 4  ปี 2565 จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเท่ากับ 15,626 ล้าน m3  เทียบกับปริมาณน้ำของไตรมาสที่ 3  และ ไตรมาสที่ 4  ปี 2564 เท่ากับ 131.96%



เดินหน้าเพื่อสร้างการเติบโต

สำหรับแนวโน้มในระยะยาว EDL – Gen ยังคงหาโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของ สปป. ลาว ได้เร่งการเจรจากับต่างประเทศเพื่อทำสัญญาขายไฟฟ้า เช่น การทำ MOU ร่วมกับประเทศเวียดนามเพื่อขายไฟฟ้าขนาด 5,000 MW, MOU ร่วมกับประเทศไทย เพื่อขายไฟฟ้าขนาด 10,500 MW และประเทศกัมพูชาเพื่อขายไฟฟ้าขนาด 6,000 MW โดยคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟให้ประเทศเวียดนามล็อตแรก ได้ในปี 2565 นี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของ EDL-Gen


ตัวอย่างโครงการของ EDL-Gen ที่ส่งออกไฟฟ้าไปยังต่างประเทศซึ่งจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2565 นี้ เช่น โครงการที่ร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (IPP) Nam Thuen 1 กำลังการผลิตติดตั้งรวม 650 MW ซึ่งจะส่งไฟฟ้ามายังประเทศไทยทั้งหมด 80% ของกำลังการผลิตติดตั้ง  และ โครงการที่ร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (IPP) Xekaman 3 กำลังการผลิตติดตั้งรวม  250 MW ซึ่งจะส่งไฟฟ้าไปยังประเทศเวียดนามทั้งหมด 90% ของกำลังการผลิตติดตั้ง รวมถึงโครงการที่ EDL-Gen เป็นผู้ลงทุนเอง (HPP) Nam Chiane ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายในการเตรียมความพร้อม จะเป็นโครงการแรกของบริษัทฯที่คาดว่าจะเริ่มส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปยังประเทศเวียดนามโดยตรงจำนวน 104 MW ภายในเดือนสิงหาคม นี้


ในอนาคต EDL-Gen มีแผนที่จะขายไฟฟ้าให้กับประเทศเวียดนามโดยตรง (การขายไฟฟ้าให้ต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องผ่าน EDL) ซึ่งการซื้อขายนี้ EDL-Gen จะก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าเอง ไม่ต้องผ่านสายส่งของ EDL นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เพิ่มเติม ด้วยรูปแบบการขายโดยตรงนี้ ซึ่งจะสร้างความคล่องตัวให้กับ EDL – Gen มากยิ่งขึ้น


สำหรับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นใน สปป.ลาวนั้น อาจทำให้มีความกังวลว่า EDL-Gen จะได้รับผลกระทบหรือไม่นั้น ในความเป็นจริง EDL-Gen  มีสัดส่วนรายได้ที่กระจายตัว โดยในปี 2564 แหล่งรายได้ของบริษัทฯ มีทั้งหมด 3 สกุลเงินคือ เงินกีบอยู่ที่ประมาณ 34%  เงินดอลลาร์สหรัฐประมาณ 51 % และเงินบาทไทยประมาณ 15 % ซึ่งสกุลเงินกีบส่วนใหญ่จะถูกใช้ในการจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ


ส่วนของหนี้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ เช่น หนี้โปรเจกต์ลงทุน หรือหนี้หุ้นกู้ บริษัทฯ จะนำรายได้ส่วนที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศชำระคืนหนี้ส่วนดังกล่าว


ในอนาคต EDL-Gen จะมีแผนการลงทุนที่ลดลง เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างส่วนใหญ่ได้เดินหน้าไปมากแล้ว จะทำให้สัดส่วนของหนี้ในอนาคตนั้นจะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก สวนทางกับรายได้ที่จะเติบโตมากขึ้นตามการเพิ่มการจำหน่ายไฟฟ้า  ซึ่งจะช่วยให้ EDL-Gen มีการเติบโตที่แข็งแกร่งมากขึ้นในระยะยาว


และในครั้งนี้  EDL-Gen มีแผนเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 1/2565 ให้แก่นักลงทุนสถาบัน และ/หรือ นักลงทุนรายใหญ่ที่สนใจร่วมลงทุน โดยเป็น หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้มีอันดับความน่าเชื่อถือ BBB-  แนวโน้มอันดับเครดิต Stable  โดยหุ้นกู้จะมีอายุ 4ปี 6 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 มีอัตราดอกเบี้ยที่ 6.50%  ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้  ซึ่งจะมีการเปิดให้นักลงทุนที่สนใจ สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2565 ในราคาหน่วยละ 1,000 บาท ขั้นต่ำ 100 หน่วย


สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://market.sec.or.th


หรือสอบถามรายละเอียดในวันและเวลาทำการ ผ่านสถาบันการเงินที่ร่วมเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายทั้งหมด 4 ราย คือ

  • บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 02-351-1800 กด 1

  • บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หมายเลขโทรศัพท์ 02-687-7549

  • บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 02-635-1700 ต่อ 163-164   

  • บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 02-659-5272-3