ผู้บริหาร SPALI เก็บหุ้น 3 เดือน ซื้อไปแล้ว 17 ล้านหุ้น!! พบ P/E 5 เท่า ถูกอันดับ 7 ในกลุ่ม SET100
ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยผันผวนอย่างหนัก จากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายหลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค. 65 พุ่งเกินคาด แตะ 8.6% สูงสุดในรอบเกือบ 41 ปี ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะทำให้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยไทยและดอกเบี้ยสหรัฐฯ กว้างขึ้น กดดันให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและเทขายหุ้นออกมาเป็นจำนวนมาก
แม้ตลาดหุ้นไทยจะถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม แต่ยังมีหุ้นที่ถูกผู้บริหารเข้าเก็บอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ SPALI โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 20 มิ.ย. 65 ผู้บริหารซื้อหุ้นแล้ว 17 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 347 ล้านบาท
โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร และ นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เข้าซื้อหุ้นตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 20 มิ.ย. 65 รวมเป็นจำนวน 17,410,400 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 347,314,876.00 บาท ซึ่งมีธุรกรรมที่ผู้บริหารซื้อหุ้นเกินกว่า 1,000,000 หุ้น จำนวน 3 ครั้ง และเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. 65 ทั้งหมด ได้แก่

จับตาปีนี้ยอดพรีเซลโตเกินคาด
ซึ่งการเข้าเก็บหุ้นต่อเนื่อง 3 เดือนของผู้บริหาร SPALI ครั้งนี้ อาจหมายถึงความมั่นใจในผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เพราะล่าสุดนักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ได้อัพเดทยอดพรีเซลในเดือนเม.ย. และ พ.ค. 65 ของ SPLAI ยังสูงต่อเนื่อง โดยระบุว่า ในช่วงเดือนเม.ย. และ พ.ค. 65 ตัวเลขยอดพรีเซลของ SPALI ยังสูงต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 1/65 ทำให้ 5 เดือนแรกของปี 2565 คาดยอดพรีเซลจะอยู่ที่ 14.3 พันล้านบาท ซึ่งโตสูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีโอกาสที่ทำให้ปีนี้ยอดพรีเซลสูงกว่าเป้าที่ SPALI ตั้งไว้
โดยคาดว่ายอดพรีเซลเดือนเม.ย. และ พ.ค. 65 จะอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน (เกือบเทียบเท่ายอดพรีเซลของไตรมาส 2/64 ทั้งไตรมาสที่ 5.8 พันล้านบาท) ตามการเปิดโครงการใหม่ที่มีมากขึ้น และได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี ในขณะที่แนวโน้มเดือนมิ.ย. นี้ คาดยังดีต่อ ทำให้มีโอกาสที่พรีเซลในไตรมาส 2/65 จะอยู่ที่ราว 8.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาส 2/64 แต่ลดลง 10% จากไตรมาส 1/65 ซึ่งดีกว่าที่คาด
สำหรับแผนเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ราว 9.7 พันล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 90% หรือราว 8.7 พันล้านบาท (6 โครงการ) และคอนโด 10% หรือราว 1.0 พันล้านบาท (1 โครงการ) ซึ่งส่วนใหญ่เปิดไปแล้วในช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ โครงการคอนโดใหม่ที่เปิดทำ take-up rate ได้ราว 45% อย่างไรก็ตาม ถ้าไตรมาส 2/65 ยอดพรีเซลเป็นไปตามที่คาด จะทำให้ครึ่งแรกของปีนี้ยอดพรีเซลจะอยู่ที่ราว 16.8 พันล้านบาท และคิดเป็น 60% จากเป้าพรีเซลของปี 2565 ที่ 28.0 พันล้านบาท ทำให้คาดว่ามีโอกาสสูงที่จะมากกว่าเป้า
ส่วนต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นราว 3-4% นั้น คาด SPALI ยังบริหารจัดการได้ในช่วงสั้นถึงกลาง ทำให้ยังไม่กระทบอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง เนื่องจากมีการล็อคราคาวัสดุก่อสร้างบางอย่างไว้ล่วงหน้า และโครงการที่โอนส่วนใหญ่ในปีนี้ยังมีส่วนของคอนโดที่มาก ซึ่งเป็นต้นทุนเก่า รวมถึงการระบายสต๊อกคอนโดก็เป็นส่วนของต้นทุนเดิม ที่ได้เปรียบราคาขายในปัจจุบันที่ปรับเพิ่มขึ้นได้บ้าง
ดังนั้น แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ของ SPALI จะดีขึ้นจากไตรมาส 1/65 ตาม backlog รอโอนทั้งแนวราบและคอนโดจำนวนมาก ซึ่งในไตรมาส 2/65 มีคอนโดใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3.5 พันล้านบาท รอโอน ทั้งนี้ คาดไตรมาสที่กำไรสูงสุดในปี 2565 น่าจะอยู่ในไตรมาส 3/65 สำหรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2565 ฝ่ายวิเคราะห์คงมุมมองที่ 6.41 พันล้านบาท ซึ่งถ้าคิดบน EPS growth จะลดลง 14% จากปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูงมาก แต่ประเด็นนี้ไม่เหนือความคาดหมายของตลาด

