ต่างชาติเทขายกดหุ้นไทยร่วงแรง แนะกระชับพอร์ตถือเงินสด 40 %
เปิดตลาดภาคบ่ายหุ้นไทยปรับตัวลงแรง จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องและราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวลง รวมถึงกังวลเศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย รอติดตามความชัดเจนถ้อยแถลงของเฟดคืนนี้ แนะถือเงินสด 40% ของพอร์ต ชี้ธีมหุ้นรับประโยชน์บาทอ่อน เปิดประเทศ และราคาน้ำมันอ่อนตัว ยังพอลงทุนได้
คุณอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงบ่ายตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงราว 20 จุด จากความกังวลเศรษฐกิจอาจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะเดียวกันตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส และตลาดหุ้นยุโรป ก็ปรับตัวลงมากกว่า 1% นับเป็น sentiment ที่ไม่ค่อยดี
โดยคืนนี้ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะมีการแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐรอบครึ่งปีต่อหน้าคณะกรรมาธิการวุฒิสภาและวันพรุ่งนี้แถลงต่อหน้าคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนักลงทุนยังเชื่อว่าเฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่องเพื่อกดดันให้เงินเฟ้อปรับตัวลง ส่งผลให้มีแรงขายลดความเสี่ยงออกมาและรอดูความชัดเจนของการแถลงต่อไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนถือเงินประมาณ 40% ของพอร์ต และประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ โดยธีมการลงทุนที่น่าสนใจ คือ หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน เช่น CPF, GFPT, TWPC และธีมเปิดประเทศ ท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เช่น AOT, CENTEL, MINT, MAKRO, CPALL
ด้านบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยภาคบ่าย คาดดัชนีปรับตัวลงต่อตามตลาดหุ้นเอเชีย จากแรงขายหุ้นใหญ่ในกลุ่มหลักของตลาด และต่างชาติที่ยังคงทยอยลดปริมาณการลงทุนในไทยจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องและราคาน้ำมันที่ยังปรับตัวลงต่อเนื่อง (Oil future -3.5%) โดยปริมาณการซื้อขายที่ชะลอตัวในช่วงนี้คาดมาจากนักลงทุนยังรอติดตามการแถลงนโยบายในรอบครึ่งปีของประธานเฟดคืนนี้ รวมถึงตลาดล่วงหน้าน้ำมัน และ Dow jones ที่ยังปรับตัวลงก็เป็น sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยได้
กลุ่มหุ้นที่ยังพอเล่นได้ คือ กลุ่มอาหารที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาทและกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง สิ่งที่ต้องระวังหลังจากนี้ คือ แรงขายของต่างชาติและความกังวลอัตราเงินเฟ้อที่จะนำไปสู่การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย บ่ายมองแนวรับที่ 1,560-1,555 จุด และแนวต้านที่ 1,568-1,572 จุด หุ้นแนะนำ คือ CBG, GFPT, IVL และ SCGP
