JCKH เข้าซื้อ “ชาบูอินดี้” และซื้อสิทธิเฟรนไชส์ร้าน Burger & Lobster ในไทย
นายอรรถวุฒิ เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JCKH เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้บริษัท เข้าลงทุนโดยการซื้อทรัพย์สินจากบริษัท อินดี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (INDY) ประกอบด้วย เครื่องหมายการค้าภายใต้แบรนด์ "ชาบูอินดี้" , ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, ทรัพย์สินถาวรอื่นๆ และตู้แช่สินค้า รวมถึงการรับโอนสิทธิในการประกอบธุรกิจภายใต้แบรนด์ "ชาบูอินดี้"
อีกทั้งยังมีมติให้บริษัทเข้าซื้อสิทธิในการประกอบธุรกิจร้านอาหารภายใต้ชื่อทางการค้า "Burger & Lobster" กับ บริษัท ล็อบสเตอร์ เพาเวอร์ จำกัด (LP) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน (บริษัท และ LP มีบุคคลเกี่ยวโยงกันเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทร่วมกัน)
ตามที่ LP ได้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจร้านอาหารภายใต้ชื่อทางการค้า Burger & Lobster ในเขตประเทศไทย จากเจ้าของสิทธิแฟรนไชส์ B&L Operating Limited (B&L) ตามสัญญา Burger & Lobster International Development Agreement (with Operating Terms) for Thailand ฉบับลง วันที่ 19 ก.ย.59 (Master Agreement) โดย LP เป็นผู้ได้รับสิทธิดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว(exclusivity) ภายในเขตประเทศไทย และปัจจุบัน LP ได้เปิดดำเนินธุรกิจร้านอาหาร Burger & Lobster เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 1 สาขานั้น
บริษัทจะเข้าทำบันทึกข้อตกลงกับ LP เรื่องการได้มาซึ่งสิทธิในการประกอบธุรกิจร้านอาหารภายใต้ชื่อทางการค้า Burger & Lobster ในประเทศไทย จำนวน 1 สาขา โดยในการได้มาซึ่งสิทธิข้างต้น บริษัทจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ LP โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะเปิด 1 สาขาดังกล่าวภายในปี 65 ซึ่งจะเป็นสาขาแรกภายใต้การลงทุนและบริหารจัดการของบริษัท และเป็นสาขาที่ 2 ของ Burger & Lobster ในประเทศไทย
สำหรับมูลค่ารวมของค่าตอบแทนในการได้มาซึ่งสิทธิในการเปิ ดร้านอาหาร Burger & Lobster สาขาแรกของบริษัท (และเป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทย) เป็นจำนวนเงินเท่ากับ 150,000 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงิน 6,575,625 บาท (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกรุงเทพ 1 ปอนด์ เท่ากับ 43.8375 บาท ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2565) ซึ่งเป็นจำนวนเงินในการเปิดสาขาที่ 2 ภายใต้ Master Agreement ที่ LP ได้ชำระให้แก่ B&L ไปแล้ว โดยบริษัทจะชำระเงินค่าตอบแทนดังกล่าวให้แก่ LP
