จับตา! 7 หุ้นบิ๊กแคปใน SET50 ตกเป็นเป้า “กองทุนในประเทศ” เร่งทำ Window Dressing
นักวิเคราะห์หยวนต้า (ประเทศไทย) รายงานว่านับจากวันนี้ถึง 28 มิ.ย. 65 คาดว่ากองทุนในประเทศจะเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ และมีโอกาสทำ Window Dressing โดยมองว่าหุ้นขาดใหญ่ที่มีมาร์เก็ตแคปเกิน 9 หมื่นล้านบาทใน SET50 จะตกเป็นเป้าหมายในครั้งนี้
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยข้อมูลว่า จากสถิติที่ปรับปรุงแล้ว บ่งชี้ว่าไตรมาส 2 ของทุกปี มี Window Dressing จากการวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อพิจารณาโอกาสเกิด Window Dressing ในสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 โดยอิงข้อมูลในอดีตระหว่างปี 2558-2562 ซึ่งเป็นข้อมูล 5 ปีย้อนหลังก่อนที่ SET50 Index และ SET100 Index จะถูกกระทบจาก COVID-19 ในปี 2563-2564 ที่ทำให้การเคลื่อนไหวแตกต่างจากพฤติกรรมในอดีตโดยสิ้นเชิง
โดยพบว่า SET50 Index และ SET 100 Index ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 ที่ระดับ -0.5% WoW และ -0.6%Wow ตามลำดับ โดยมีความน่าจะเป็นที่ให้ผลตอบแทนเป็นลบสูงถึง 80% ซึ่งถ้าพิจารณาเพียงข้อมูลสถิติโดยอิงราคาปิดวันสุดท้ายของไตรมาส 2 ถือว่าโอกาสเกิด Window Dressing อยู่ในระดับต่ำมากแต่เนื่องจากวันทำการสุดท้ายของไตรมาส 2 เป็นวันที่มีการปรับหุ้นเข้า-ออก SET50และ SET100 Index สำหรับใช้ในรอบครึ่งปีหลัง จึงทำให้ดัชนีทั้ง 2 มีความผันผวนจากการปรับพอร์ตของกองทุนดัชนี (Passive Fund)หรือกองทุน Active Fund ที่ใช้หุ้นใน SET50 Index และ SET 100 Index เป็น Universe
รวมถึงแรงซื้อ-ขายเพื่อเก็งกำไรหุ้น เข้า-ออกของกองทุน Active Fund ในต่างประเทศ และนักลงทุนรายบุคคลในประเทศการอิงข้อมูลราคาปิดวันสุดท้ายของไตรมาส 2 จึงไม่สามารถบ่งชี้ถึงโอกาสเกิด Window Dressing ได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นจึงลองปรับข้อมูลโดยอิงราคาปิดในช่วง 1 วันและ 2 วันก่อนวันสุดท้ายของไตรมาส 2 พบว่า SET50 Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยที่ +0.5% WoW และ +0.6% WoW ตามลำดับ ด้วยความน่าจะเป็นที่จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงถึง 80% (SET100 Index ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน) เพราะฉะนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อมูลในอดีตที่ปรับปรุงผลกระทบจากการปรับดัชนีแล้ว ได้ข้อสรุปว่าไตรมาส 2 ของทุกปี เป็นไตรมาสที่มีโอกาสเกิด Window Dressing ระดับสูง
3 ปัจจัยที่จะเกิด Window Dressing รอบนี้
นับจากวันนี้ถึง 28 มิ.ย. 2565 คาดว่ากองทุนในประเทศจะเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ และมีโอกาสทำ Window Dressing ด้วยเหตุผล 1) กองทุนในประเทศเป็นฝ่ายขายสุทธิในปีนี้ โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันยังขายอยู่ 9.4 หมื่นล้านบาท และต้นทุนเฉลี่ยในการขายอยู่ที่ระดับ SET50 Index 1,010 จุด อิงระดับปัจจุบันที่ 943 จุด มีส่วนต่างราว 7%
ถือเป็นระดับที่มีโอกาส ShortCovering ในระยะสั้น 2) ปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ (ถึงวันที่ 28 มิ.ย.) ในเชิงของตัวเลขเศรษฐกิจค่อนข้างผ่อนคลายเมื่อเทียบกับช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้า 3) แรงเก็งกำไรผลประกอบการในกลุ่ม Domestic play โดยเฉพาะกลุ่มบริการที่จะเห็นการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/65
หุ้นที่มีโอกาสถูกทำ Window Dressing
ถ้าอิงดัชนี SET50 Index ที่ติดลบ -7.2% ตั้งแต่ต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 7 ไตรมาส การทำ Window Dressing รอบนี้คงไม่สามารถทำให้ Performance สร้างความประทับใจให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ แต่อย่างน้อย คาดว่าจะเห็นแรงซื้อคืนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลงแรงเกินไป และมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี เพื่อให้การแสดง Performance ไม่ต่างจากค่าเฉลี่ยของดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ
โดยถ้าอิงเกณฑ์ 1)หุ้น Market Cap ใหญ่เกิน 9 หมื่นล้านบาท 2) ราคาหุ้นปรับตัวลงมากกว่า SET50 Index 3) แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี 4) Valuation ไม่แพงและเน้นที่ Domestic play เป็นหลัก โดยหุ้นที่เราคาดว่าจะถูกทำ Window Dressing รอบนี้คือADVANC, CPALL, KBANK, EA, SCGP, CRC, OSP
