SCC บวก 3.28 % รับผลดีราคาน้ำมันดิบอ่อนตัว นักวิเคาะห์ชี้ราคาหุ้นน่าสนใจ คาดจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก หุ้นละ 5-6 บาท
SCC กำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวต่อเนื่อง จากปัญหาความกังวลทางด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ spread ธุรกิจปิโตรเคมีคาดฟื้นตัวในไตรมาส 2/65 และยังได้รับประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า และที่สำคัญราคาหุ้นมี Valuation ที่น่าสนใจที่ระดับ PBV เพียง 1.2 เท่า รวมถึงคาดว่าในครึ่งปีแรกจะมีเงินปันผลให้กับนักลงทุนอยู่ที่หุ้นละประมาณ 5-6 บาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงมุมมองบวกต่อ SCC หลังราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงเนื่องจากตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้เกิดแรงขายสินทรัพย์พลังงาน เช่น น้ำมันดิบ ส่งผลให้ spread ธุรกิจปิโตรเคมีคาดฟื้นตัวในไตรมาส 2/65
นอกจากนี้ ยังได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าเนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออก ราคาหุ้นมี Valuation ที่น่าสนใจที่ระดับ PBV เพียง 1.2 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ราว -2SD และ PER2565 ที่ 129 เท่า คาดเงินปันผลครึ่งปีแรก หุ้นละ 5.00-6.00 บาท ประเมินแนวรับ 366 บาท และแนวต้าน 372 บาท และราคาเป้าหมาย 460 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) ระบุว่าธุรกิจปิโตรเคมีที่จะได้ประโยชน์จากการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ อีกทั้งน่าจะเห็นการฟื้นตัวของส่วนต่างราคา(price spread) จากอุปทานใหม่ที่ลดลง 2) ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง น่าจะเห็นการเร่งตัวของอุปสงค์ขณะที่ปัจจัยกดดันจากราคาถ่านหินจะน้อยลงจากปี 65 และ3) ธุรกิจแพคเกจจิ้งน่าจะมีปริมาณการขายที่สูงขึ้นตามแผนการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและต้นทุนเศษกระดาษลดลงหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
ทั้งนี้ประเมินว่า SCC จะรายงานกำไรสุทธิปี 65 ที่ 3.82 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิปี 66 ที่ 4.51 หมื่นล้านบาท โดยเราเชื่อว่ากำไรจะลดลง 19% จากปีก่อน จาก 1) petrochemical price spread ที่ลดลงตามอุปทานใหม่ที่เข้ามาและ 2) ต้นทุนค่าขนส่งและต้นทุนเศษกระดาษที่ทรงตัวสูง
อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรในปี 66 โดยมีปัจจัยผลักดันจากปริมาณขายปิโตรเคมีที่สูงขึ้นจากการเริ่มโครงการLSP Petrochemical Complex 2) Petrochemical price spread ที่ดีขึ้น 3) มูลค่ายอดขายที่สูงขึ้นของ CBM และ4) ปริมาณยอดขายที่สูงขึ้นของ SCGP
