“ชิค รีพับบลิค” ศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์สุด CHIC โฮมแฟชั่นสโตร์รายแรกที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
ไม่ว่าภาวะตลาดหุ้นจะผันผวนหรือมีปัจจัยลบกดดันมากแค่ไหน แต่หุ้นไอพีโอยังคงได้รับความนิยมจากนักลงทุนเสมอ และยังมีบริษัทอีกจำนวนมากที่รอคิวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันนี้ Wealthy Thai จะขอพาแฟนเพจทุกท่านมาทำความรู้จักกับ CHIC หรือ บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) ศูนย์รวมจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอย่าง “ชิค รีพับบลิค” และ “รีน่า เฮย์” ซึ่งถือเป็นโฮมแฟชั่นสโตร์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย โดยธุรกิจของ CHIC จะน่าสนใจและแตกต่างจากผู้แข่งขันในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่างไร อ่านได้ในบทความนี้
โฮมแฟชั่นสโตร์แห่งเดียวในไทย
CHIC ทำธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน และที่นอนและเครื่องนอนอย่างครบวงจร (One Stop Shopping) ในรูปแบบร้านค้าเดี่ยวขนาดใหญ่ (Stand Alone) ภายใต้แบรนด์สินค้าของตนเอง ได้แก่ ชิค รีพับบลิค (CHIC Republic), รีน่า เฮย์ (Rina Hey) และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศภายใต้แบรนด์ แอชลีย์ (Ashley) รวมถึงสินค้าแบรนด์อื่น ๆ ผ่านช่องทางหน้าร้านค้าและช่องทางออนไลน์ ปัจจุบัน CHIC มีสาขาที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งหมด 6 สาขา แบ่งเป็นสาขาภายในประเทศ 5 สาขา ได้แก่ ประดิษฐ์มนูธรรม, พัทยา, บางนา, ราชพฤกษ์, รามอินทรา และสาขาในประเทศกัมพูชา 1 สาขา
5 ธุรกิจสร้างรายได้-กระจายความเสี่ยง
แม้ธุรกิจของ CHIC จะดูเหมือนกับศูนย์จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านทั่วไป แต่บริษัทกระจายกลุ่มธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งช่วยสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยธุรกิจของ CHIC แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้
1.ธุรกิจจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก คิดเป็นสัดส่วน 52% ของรายได้รวม
2.ธุรกิจงานโครงการ มีกลุ่มลูกค้าเป็นบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ของไทย เช่น บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท, บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอรตี้, บมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ และบมจ.ศุภาลัย เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วน 44% ของรายได้รวม
3.ธุรกิจบริการออกแบบและตกแต่งภายในแบบครบวงจร ภายใต้ชื่อ “Chic Design Studio คิดเป็นสัดส่วน 1% ของรายได้รวม
4.ธุรกิจให้บริการให้เช่าและรับจัดตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน
5.ธุรกิจการให้บริการพื้นที่เช่า ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันประมาณ 3%
คาดปี 65 กำไรฟื้นแรง 170%
แม้ CHIC จะได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แต่ภาพรวมผลประกอบการไม่ได้ติดลบ ยังคงมีกำไรอยู่ โดยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ในปี 2563 กำไรอยู่ที่ 34 ล้านบาท ลดลง 37% จากปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิด Covid-19 ส่วนปี 2564 มีกำไรอยู่ที่ 19 ล้านบาท ลดลง 44% จากปี 2563 ขณะที่ปี 2565 คาดว่ากำไรของ CHIC จะกลับไปสู่ระดับเดียวกับก่อนเกิด Covid-19หรือโตขึ้นเป็น 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170% จากปีก่อน ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการเพิ่มพื้นที่ขาย ส่วนกำไรปี 2566 – 2567 คาดจะเติบโตได้ต่อเนื่องด้วยอัตรา 55% เป็น 81 ล้านบาท และ 37% เป็น 111 ล้านบาท ตามลำดับ จากการเติบโตของยอดขายที่สูงขึ้น
สร้างศูนย์กระจายสินค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต CHIC จึงมีแผนจะลงทุนในสาขาแห่งใหม่ที่จังหวัดอุดรธานี งบประมาณไม่เกิน 160 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ พื้นที่อาคารประมาณ 5,500 ตารางเมตร และมีพื้นที่ขายประมาณ 4,500 ตารางเมตร โดยวางแผนจะจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของบริษัททั้ง CHIC Republic , Rina Hey และ Ashley รวมถึงของตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน และที่นอนและเครื่องนอน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตรสำหรับคลังสินค้าซึ่งจะช่วยส่งเสริมการกระจายสินค้าสำหรับลูกค้าออนไลน์ได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงเป็นศูนย์กระจายสินค้าสำหรับลูกค้าที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย
ปัจจุบัน CHIC ได้ดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่ดินเพื่อเตรียมการก่อสร้างและได้รับใบอนุญาตการก่อสร้าง (อ.1) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณานำเงินเพิ่มทุนจากการเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการสร้างสาขาแห่งนี้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาสหนึ่งปี 2567
ข้อมูลเสนอขายหุ้นไอพีโอ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) ของ CHIC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย CHIC มีแผนจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 360 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.47% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)โดยมี บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาเว็บไซต์ของบริษัทเพิ่มเติมสำหรับการขายแบบ E-Commerce ในกัมพูชา เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงพื้นที่บางสาขาในประเทศและขยายพื้นที่ให้เช่า รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการและชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันทางการเงิน

