นักวิเคราะห์ แนะตอนนี้ต้องปรับพอร์ต “หนี” จากหุ้นกลาง-เล็ก เลือกเก็บหุ้น SET50 หลังสภาพคล่องหาย ชี้! หุ้นใหญ่จะขึ้นดีกว่า
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้แนะนำให้ปรับพอร์ตวิธีการลงทุนเน้นเลือกกลุ่มหุ้นใหญ่ใน SET50 ทั้งนี้ในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังขึ้นดอกเบี้ย และปรับลดขนาดงบดุล ทำให้สภาพคล่องในตลาดหุ้นลดหายไป
โดยหากย้อนดูสถิติเมื่อปี 2017-2018 ในช่วงที่เฟด ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย และลดปริมาณเม็ดเงินที่อัดฉีดสภาพคล่อง ทำให้หุ้นในกลุ่ม sSET และ mai ถูกแรงเทขาย และหากดู SET50 เมื่อเทียบกับ SET พบว่าถึงแม้ดัชนีจะลดลงไปในทิทางเดียวกันแต่ SET50 ปรับลดลงน้อยกว่า SET หรือพูดกันง่ายๆคือ SET50 ถ้าขึ้นก็ขึ้นดีกว่า SET ถ้าลงก็ลงน้อยกว่า SET
ในขณะที่กลุ่มหุ้นใน sSET และ mai มีค่าเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงมากกว่าเมื่อเทียบกับ SET50 และ SET ในช่วงที่ตลาดหุ้นขาดสภาพคล่อง โดยสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นนั้นสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะนี้ที่เฟดกำลังเร่งขึ้นดอกเบี้ย และปรับลดขนาดงบดุล จึงทำให้สภาพคล่องในตลาดหุ้นหายไป ซึ่งดูได้จากภาพรวมของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย และเห็นได้ชัดเจนว่าถ้าตลาดขาดสภาพคล่องหุ้นเล็กจะได้รับผลกระทบ
ดังนั้นจึงแนะนำเปลี่ยนการลงทุนเลือกหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่จะมีผลประกอบการไตรมาส 2/65 และรองรับการเติบโตในอนาคต ประกอบกับเป็นหุ้นที่สามารถต่อสู้กับเศรษฐกิจถดถอยได้ เช่นกลุ่ม Reopening อย่าง AOT โรงแรม กลุ่มโรงพยาบาลที่ถือเป็น Defensive Stock และรถไฟฟ้า BEM หรือกลุ่มค้าปลีกยิ่งน่าเข้าสะสม เพราะกำลังซื้อในประเทศยังมีอยู่ ซึ่งจะได้เห็นในงบไตรมาส 2/65
