ผู้บริหาร JMARTเก็บต่อเนื่อง 6 เดือนกว่า ซื้อหุ้นเฉียดพันล้านบาท!!
JMART หรือ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีความเคลื่อนไหวทั้งด้านธุรกิจและราคาหุ้นมาเซอร์ไพรส์นักลงทุนเสมอ ล่าสุดได้ส่งบริษัทลูกอย่าง JMT ร่วมทุนจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์กับ KBANK ซึ่งเป็นบวกต่อบริษัททั้งในแง่ต้นทุนและการแข่งขัน ประกอบกับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2565 นักวิเคราะห์คาดว่าทุกกลุ่มธุรกิจจะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ส่วนราคาหุ้นก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้เคยนำเสนอข้อมูลการเข้าเก็บหุ้นของผู้บริหารเจมาร์ทไปบางส่วนแล้ว แต่ล่าสุดด้วยระยะเวลาเพียง 6 เดือนกว่าๆ ผู้บริหาร JMART เข้าซื้อหุ้นต่อเนื่อง จนปัจจุบันเก็บหุ้นไปแล้วกว่า 978 ล้านบาท !!
จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 5 ก.ค. 2565 ระบุว่า
-
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 2 ของ JMART ได้เข้าซื้อหุ้น JMART รวม 12,773,400 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 719,450,975 บาท
-
นายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับที่ 4 ของ JMART ได้เข้าซื้อหุ้น 4,700,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 256,763,000 บาท
-
นางณัชชา นิธิศโสภณ ผู้อำนวยการสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ JMART ได้เข้าซื้อหุ้น 10,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 510,000 บาท
-
และ นายปิยะ พงษ์อัชฌา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ JMART ได้เข้าซื้อหุ้น 25,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่า 1,500,000 บาท
ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นคิดเป็นจำนวนหุ้นที่ผู้บริหารซื้อรวมทั้งหมด 17,508,400 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 978,223,975 บาท
แนวโน้มธุรกิจยังสดใส
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุถึงแนวโน้มผลประกอบการในปี 2565 ของ JMART ว่า แนวโน้มการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ JMART ยังดูดีต่อเนื่อง ทำให้ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2565 ที่ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากปีก่อน คาด JMB ยอดขายเติบโต 50% จากปีก่อน หนุนจากการขายผ่อนผ่าน Singer และ KashJoy บวกกับสินค้าใหม่ IT gadgets ขยายเพิ่มอีก 100 สาขา ภายในสิ้นปี ส่วน JMT คาดลงทุนซื้อหนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัวที่ 1.4 หมื่นล้านบาท (เป้าหมายบริษัท 1-1.5 หมื่นล้านบาท) Cash Collection เพิ่มขึ้น 42% จากแก่อน หนุนให้กำไรเติบโต 68% จากปีก่อน ขณะที่ SINGER คาดเดินหน้าขยายพอร์ต C4C และ HP แตะ 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน (เป้าบริษัท 1.5 หมื่นล้านบาท) กำไรเพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อน ด้าน J รับรู้กำไร Jas Green คู้บอนเต็มปีและคาดโครงการ Senera และ Jas green บางบัวทองเสร็จภายในสิ้นปี นอกจากนี้การเพิ่ม Synergy ด้วยการขยาย Partner เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น JayDee (ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่อนตามต่างจังหวัด) JGS (JV GUNKUL ธุรกิจ Solar Rooftop) JK (JV KBANK บริหารหนี้เสีย) รวมถึงต่อยอดธุรกิจ NINE บนสถานี BTS ต่าง เป็น Synergy Shop ครบวงจร เช่น ขายกาแฟ+มือถือ+ให้สินเชื่อ และยังมีอีกหลายโครงการในแผน
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าเติบโตระดับ 50% ต่อปี ในปี 2565-2567 ซึ่งใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิเคราะห์คาด จากทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเติบโตได้ตามแผนหลังรับเงินเพิ่มทุนร่วม 3 หมื่นล้านบาท โดยที่ธุรกิจ Finance (JMT/SINGER) ยังเป็น contribution หลักของกลุ่ม เดินหน้าเติบโตได้ตามเป้า ขณะที่ธุรกิจ Retail มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน JMB คาดยอดขายเติบโตและควบคุมค่าใช้จ่ายดี กลุ่ม JV ปัจจุบันจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ (JayDee/JGS/JK) รวมถึงบริษัทมีแผนขยาย Partner ต่อเนื่องอีกหลายโครงการ ช่วยเสริม Ecosystem ของกลุ่ม เป็น Upside risk ต่อประมาณการปัจจุบัน ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปียังแข็งแกร่ง โดยช่วงที่เหลือของปีนี้ แนวโน้มกำไรลุ้นทำ New high อีกรอบ ดังนั้นยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 63 บาท

