รวบสุดยอด 5 หุ้นเด่นใน SET50 ที่นักวิเคราะห์ประเมินงบไตรมาส 2/65 โตแรง พบ BH กำไรโตสุดกว่า 260 %
หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยต้องเจอกับสภาวะผันผวนในช่วงปลายสัปดาห์ของเดือนมิ.ย. และต้นเดือนก.ค.65 ส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่และขนาดเล็กในตลาดหุ้นได้รับผลกระทบจากภาพรวมที่ถูกแรงเทขาย แต่อย่างไรก็ตามหุ้นขนาดใหญ่ใน SET50ยังสามารถยืนเหนือหุ้นในกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะได้เปรียบในด้านของความเชื่อมั่นพื้นฐานของบริษัท และเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างชาติถือ
ทั้งนี้บรรยากาศของการลงทุนต่อจากนี้ไป ถึงแม้ว่าอาจจะมีความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจถดถอย และแบงก์ชาติของไทยอาจจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย แต่ต้องอย่าลืมว่าตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงของการประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/65 ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าถึงแม้จะต้องเจอกับปัจจัยรอบด้านในตลาดหุ้น แต่ต้องอย่าลืมความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่จะช่วยให้เห็นทิศทางและภาพรวมตลาดได้ดีขึ้น
ดังนั้น Wealthy Thai จึงขอหยิบยกตัวอย่างหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 ที่เติบโตอย่างโดดเด่นในหลากหลายอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลของนักวิเคราะห์ที่ระบุข้อมูลไว้ใน เว็บไซต์ settrade.com พบว่ามีกลุ่มหุ้นที่นักวิเคราะห์ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/65 ไว้อย่างน่าสนใจ โดยหุ้นที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดอยู่ในธุรกิจโรงพยาบาล และถัดมาคือกลุ่มธุรกิจพลังงาน ซึ่งมีอัตราการเติบโตจากปีก่อนสูงเกินกว่า 200%
BH เฉิดฉายสุดในกลุ่มโรงพยาบาล
สำหรับหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่นักวิเคราะห์ประเมินตัวเลขแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/65 ที่เติบโตที่สุดได้แก่ BCH หรือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า BH เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดเนื่องจากผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนรายได้มหาศาล และผู้ป่วยต่างประเทศที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
โดยการฟื้นตัวแข็งแกร่งที่สุดในตลาดในภูมิภาคซึ่งได้แก่ กัมพูชา ลาว สหภาพเมียนมาร์ และเวียดนามและตลาดตะวันออกกลาง เราประมาณการกำไรหลักไตรมาส 2/65 ของ BH ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 260% จากปีก่อน และ 5% จากไตรมาส 1/65 โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของผู้ป่วยต่างประเทศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดรายได้ผู้ป่วยต่างประเทศที่ 2.4 พันล้านบาทในไตรมาส 2/65เพิ่มขึ้น 74% จากปีก่อน
PTTEP กำไรโตเพราะปริมาณขาย-ราคาพุ่ง
บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เป็นอีกหนึ่งหุ้นใหญ่ที่ตลาดประเมินว่ากำไรไตรมาส 2/65 จะเติบโตจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และราคาขายก๊าซที่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า PTTEP จะมีกำไร 20,000 ล้านบาท โต 181% จากปีก่อน
ผลประกอบการได้แรงหนุนจากสาระสำคัญดังนี้ ได้แก่ยอดขายคาดทำได้ 470,000 บาร์เรลต่อวัน หนุนจากการรับรู้ปริมาณผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณตามสัญญาสัมปทาน PSC ฉบับใหม่ตั้งแต่เดือนเม.ย. รวมทั้งปริมาณผลิตจากแหล่งอื่นๆ ที่สูงขึ้น อีกทั้งราคาขายที่เฉลี่ยสูงขึ้นกว่า 33% จากปีก่อน
BEM จำนวนผู้โดยสารฟื้นชัดเจน
BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในหุ้นกลุ่มธีมเปิดเมืองที่รอวันฟื้นตัวจากการเดินทางของคนในประเทศเป็นหลัก และงบไตรมาส 2/65 ก็จะสะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางในประเทศเริ่มฟื้นตัวกลับมาแล้วโดยบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดผลประกอบการ ไตรมาส 2/65 จะฟื้นตัวเด่นเบื้องต้นคาดมีกำไรกว่า 500 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของปริมาณการใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
BDMS ผู้ป่วยต่างชาติ และคนไทยฟื้น
BDMS หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่กำลังอยู่ในช่วงของขาขึ้น หลังจากที่นักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่านี่คือหุ้น Defensive Stock ของจริง เพราะไม่กังวลกับภาวะเงินเฟ้อ หรือเศรษฐกิจถดถอย โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินกำไรปกติ ไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.6% จากปีก่อน ซึ่งการเติบโตส่วนหนึ่งมาจากฐานกำไรที่ต่ำในงวดเดียวกันปีที่แล้ว ส่วนปัจจัยขับเคลื่อนอื่นมาจากรายได้การให้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% จนมาอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท
โดยได้แรงหนุนจากความสามารถปรับตัวสร้างรายได้ที่หลากหลายนำโดยรายได้การให้บริการหลักเดิม (ไม่เกี่ยวข้องกับ COVID) เห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยไทย สูงขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านบาทรองลงมาคือรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ อยู่ที่ 4.9 พันล้านบาท เติบโต 65.5% คาดว่าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้ป่วย Fly-in ที่เริ่มทยอยเพิ่มขึ้นจากการเข้าประเทศที่มีความสะดวกมากขึ้น
KBANK เป็น Top Pick ของกลุ่ม
โดยบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด KBANK เป็น Top Pick ของกลุ่ม โดยมองเป็นธนาคารที่ผลดำเนินงานขยายตัวเด่นสุดจากไตรมาส 1/65 และมีความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจผ่าน Digital Chanel และ AEC+3 นอกจากนี้ล่าสุดบริษัทประกาศจัดตั้งบริษัทร่วม JKAMC ร่วมกับ JMT ทำให้มีกลไกในการเร่งระบายหนี้เสียได้เร็วกว่าธนาคารอื่น ช่วยปลดล็อคความกังวลต่อปัญหาหนี้เสีย และช่วยเพิ่มศักยภาพทำกำไรในระยะยาว

