คาดหุ้นไทยฟื้นตัวรับกำลังซื้อสหรัฐฟื้น มอง 5 หุ้นน่าเข้าซื้อรับสถานการณ์ covid-19 ปะทุ
บล.กรุงศรี ประเมิน ดัชนีตลาดหุ้นไทย รีบาวด์ขึ้นแนวต้าน 1,540 / 1,550 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นรอบบ้านที่ดีดตัวขึ้นตอบรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งโดยยอดค้าปลีกและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวขึ้น ประกอบกับแรงซื้อดักงบไตรมาสที่ 2 ที่เริ่มทยอยประกาศโดยกลุ่มธนาคารจะเริ่มประกาศเป็นกลุ่มแรก อย่างไรก็ตามความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัวจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง
ประเด็นสำคัญในวันนี้
(+) เริ่มมีความหวัง ตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวแรงตอบรับตัวเลข ศก.ยังแข็งแกร่ง: เมื่อวันศุกร์ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 658 จุด (+2.15%) ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นในฝั่งยุโรปปรับขึ้นเฉลี่ย 1.8 - 2% ตอบรับสหรัฐรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือน มิ.ย. และตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของสหรัฐในเดือน ก.ค. กลับมาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากที่คณะกรรมการเฟด 2 ท่านสนับสนุนให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.75% ไม่ใช่ 1% เหมือนที่ตลาดกังวล ปัจจัยนี้น่าจะหนุน Sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย และตลาดหุ้นบ้านเราในวันนี้ได้
(+/-) BoJ, ECB Meeting คาด ECB ขยับขึ้นดอกเบี้ยส่วน BoJ จะคงนโยบายดอกเบี้ยติดลบตามเดิม: BoJ และ ECB จะจัดประชุมในวันที่ 21 ก.ค. แนวนโยบายเริ่มสวนทาง โดยเราคาดว่า BoJ จะคงนโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ระดับ -0.10% ตามเดิม แต่ ECB คาดว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 0% เป็น 025% หลังจากแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อมากขึ้น
(+) อภิปรายไม่ไว้วางใจโอกาสล้มรัฐบาลยังยาก เสียงในสภาฯ ไม่พอ: ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 11 รมต. จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 -22 ก.ค. และจะลงมติไม่ไว้วางใจในวันที่ 23 ก.ค. คาดโอกาสล้มรัฐบาลยังเป็นไปได้ยากเนื่องจากเสียงของพรรคฝ่ายค้านมีเพียง 208 เสียง หรือ อาจจะเพิ่มเป็น 224 เสียงจากการรวมเอา ส.ส.ของพรรค ศก. อย่างไรก็ตามคะแนนเสียงทั้งหมดยังไม่เกินกึ่งหนึ่งของ สภาฯ ที่ 239 ทำให้โอกาสที่จะชนะรัฐบาลในรอบนี้ยังเป็นไปได้ยาก
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
GPSC BGRIM GULF RATCH SCGP SCC อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง
BDMS BH BCH CHG MEGA แนวโน้มยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 สูงขึ้น
BEM BTS INTUCH ADVANC DTAC หุ้น Defensive ในช่วงตลาดผันผวน
หุ้นแนะนำวันนี้
CPALL ได้ผลบวกจากการปรับขึ้นราคาสินค้าช่วยหนุนรายได้และมาร์จิ้นให้เพิ่มขึ้น ด้านแรงกดดันต่อกำลังซื้อของประชาชนในประเทศลดลง หลังจากราคาน้ำมันดิบเริ่มชะลอตัวและรัฐตึงราคาดีเซลในประเทศไปอีก 3 เดือน
CBG ได้ ความเชื่อมั่นบวกจากทิศทางราคาอะลูมิเนียมที่ปรับตัวลงแตะระดับ 2,322 ดอลลาร์ต่อตัน ต่ำสุดในรอบ 1 ปี ส่งผลบวกโดยตรง CBG เนื่องจากมีสัดส่วนของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระป๋องราว 60% ของทั้งหมดโดยมีอะลูมิเนียมคิดเป็น 20-25% ของต้นทุนรวม ขณะที่งบไตรมาส2 เติบโตตามฤดูกาล (High season)
