Official Update :

เอาไงต่อ? เปิดรายชื่อ 7 บจ. ในตลาดหุ้นไทย ที่ทำธุรกรรมร่วมกับ “Zipmex”

หลังจากวานนี้ (21 ก.ค.65) มีกระแสข่าวใหญ่โตในวงการคริปโทฯ จากการที่ ZipMex หนึ่งในกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ประกาศในเพจเฟสบุ๊คว่า ระงับการถอนเงินบาท และคริปโท เนื่องด้วยสถานการณ์ต่างๆ รวมถึง ความผันผวนของตลาด เหตุการณ์ต่างๆในอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าทางธุรกิจหลัก อันอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เพื่อรักษาเสถียรภาพของแพลตฟอร์ม บริษัทฯ จะระงับการถอนทุกกรณีชั่วคราว


โดยทาง Zipmex ได้ออกมาแถลงการณ์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลจากการที่คู่ค้าของบริษัทขาดสภาพคล่องทางการเงิน กระทบเหรียญคริปโทใน Zipup ไม่สามารถถอนได้  แต่ยังสามารถซื้อขายได้ผ่าน Trade wallet ตามปกติพร้อมเปิดแพลตฟอร์กลับมาซื้อขายอีกครั้ง เวลา 20.00 น.นี้  พร้อมช่วยลูกค้าดำเนินคดีทวงคืนสินทรัพย์กลับมาให้ครบถ้วน และยอมรับว่าอยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนรายใหญ่ซึ่งเป็นผู้ที่สนใจจะเข้ามาซื้อบริษัทเพื่อนำเงินมาคืนลูกค้า และพร้อมรับผิดชอบแม้จะต้องขายบริษัทก็ตาม


ทั้งนี้จากประเด็นดังกล่าว Wealthy Thai จึงได้รวบรวมเหล่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศที่ได้เคยประกาศข่าวในการร่วมมือทำธุรกรรมกับ Zipmex รวมถึงการเข้าไปลงทุนใน Zipmex ทั้งนี้พบว่าเบื้องต้นมีจำนวนทั้งสิ้น 6 บริษัทที่เข้าข่ายในครั้งนี้ โดยจะเป็นบริษัทอะไรบ้างนั้น Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ



PLANB-MACO ใส่เงินลงทุน Zipmex 300 ล้านบาท

เริ่มกันที่ PLANB-MACO ได้เผยแพร่ข่าวว่าทางบริษัทได้มีการเข้าลงทุนใน Zipmex มูลค่าลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท โดย MACO ระบุว่า บริษัทได้ปรับเปลี่ยนทิศทางในการดำเนินธุรกิจไปในแนวทางของเศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) เพื่อให้ตอบรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ในยุคปัจจุบัน MACO จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่ทิศทางธุรกิจใหม่อย่างแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล


ทั้งนี้ MACO ได้เริ่มจากการลงทุนใน Zipmex ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา Cryptocurrency หรือสินทรัพย์ดิจิทัลมีพัฒนาการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จากกระแสความต้องการของเหล่านักลงทุนในกลุ่มที่สามารถยอมรับความสี่ยงที่สูงขึ้น แต่ได้รับผลตอบแทนด้านการลงทุนที่สูงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆทำให้ Cryptocurrency กลายเป็นทางเลือกของการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ ของกลุ่มนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น



BROOK ลงทุนในโปรแกรมลงทุน ZipUPและ ZipLock

ขณะที่ BROOK เปิดเผยว่า บริษัทจะทำการลงทุนในสเตเบิ้ลคอยน์ (Stablecoin) ด้วยการเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล สเตเบิ้ลคอยน์ ประเภท USD Coin (USDC) อ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐผ่าน Zipmexซึ่งเป็นตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนของไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. จำนวนไม่เกิน 150 ล้านบาท คาดจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้เนื่องจากขนาดรายการที่เข้าลงทุนรวม มีขนาดเกินกว่า 50% เข้าข่ายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ บริษัทฯจึงมีมติจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2564 เพื่อขอมติจากที่ประชุมในวันที่ 29 ต.ค.64


สำหรับการลงทุนครั้งใหม่นี้จะเป็นการลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ที่กี่ยวกับเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือถ้าเรียกให้เข้าใจง่ายขึ้นบริษัทฯจะลงทุนขุดคริปโทเคอเรซี่ด้วยตนเอง ซึ่งรายได้และกำไรจากการลงทุนยังถือว่ามีความผันผวนสูง แต่การลงทุนในครั้งนี้จะเป็น Piot Project เพื่อหาโอกาสและช่องทางใหม่ๆให้แก่ลูกค้า ซึ่งนำไปสู่โมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ๆในอนาคตที่จะเป็นแหล่งรายได้เสริมให้แก่บริษัทฯ ส่วนที่ขออนุติผู้ถือหุ้นเพื่อซื้อสเตเบิ้ลคอยน์ จะนำไปลงทุนในโปรแกรมลงทุน ZipUPและ ZipLock ของ Zipmex เนื่องจากผลประโยชน์จากการฝากสินทรัพย์ผ่านโปรแกรมการลงทุนอยู่ที่ 11  ต่อปีซึ่งมีผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของแบงก์



GRAMMY ดึง Zipmex เป็นพันธมิตรด้าน NFT

GRAMMY เปิดเผยว่า ได้ศึกษาเรื่อง Music NFT มาเป็นระยะเวลาพอสมควร เนื่องด้วย GMM Grammy มี Hidden Asset ที่สอดคล้องกับ NFT ที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งเราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเปิดแพลตฟอร์ม แต่ต้องการที่จะสร้างตลาด MUSIC NFT ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโดยเฉพาะ บริษัทมีความพร้อมที่จะปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้แฟนเพลงสามารถข้าถึง ครอบครอง ลงทุน ในคอลเลคชั่นพิเศษต่างๆ ของ GMM Grammy ซึ่งการมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งน่าจะเป็นตัวเร่งและส่งเสริมให้ตลาด MUSIC NFT ในประเทศไทยเป็นที่นิยมในวงกว้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่เราจับมือร่วมกับ 4 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ อย่าง Bitkub, Coral, East NFTและ Zipmex  โดยได้เลือกวางกลยุทธ์ที่ชัดจนและแตกต่างในแต่ละแพลตฟอร์ม และพร้อมที่จะร่วมมือกับ Platform NFT เจ้าอื่นๆ


โดยกลยุทธ์ที่ร่วมกับ Zipmex ได้แก่ กลยุทธ์การเดินเข้าในกลุ่มเป้าหมายของแพลตฟอร์มนี้จะเป็น Campaign Innovation การสร้างคอมมูนิตี้จัด Virtual fan meet และเน้นในเรื่องของการเป็น Global Connector ยกระดับ มาตรฐาน Digital Asset ของไทยให้ดึงดูดกลุ่มแฟนคลับทั่วโลก



SC ร่วมกับ Zipmex ใช้เงินดิจิทัลซื้อบ้าน-คอนโดฯ

SC ระบุว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดของคริปโตฯมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเติบโตจากปี 2562 ถึง 10 เท่า และเติบโตควบคู่ไปกับจำนวนผู้ใช้คริปโท ที่มากขึ้นรวมไปถึงดีมานด์ของอสังหาฯ ที่สูงขึ้นจากการปิดประเทศ ซึ่งจะเป็นลมส่งสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ในปี 2565 บริษัทฯ จึงร่วมกับพาร์ตเนอร์ธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง Zipmex อำนวยความสะดวกลูกค้าโดยเปิดรับ 5 สกุลเงินดิจิทัลซื้อบ้านและคอนโดทุกแห่งรองรับการขยายฐานกลุ่มลูกค้าในอนาคตทั้งในไทยและต่างประเทศ เริ่มวันที่ 1 ธ.ค.64 เป็นต้นไป


นอกจากการร่วมมือกับ Zipmex เพื่อซื้อบ้านและคอนโดผ่าน 5 สกุลเงินดิจิทัลแล้ว บริษัทฯ ยังเห็นโอกาสในการเติบโต และได้เตรียมแผนการดำเนินงานใน 3 เรื่องสำคัญ ดังต่อไปนี้ (1) การมองหาโอกาสการออก SC Morning Coin ภายในปีหน้า ซึ่งเป็น Vtility Token เพื่อประโยชน์ของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนที่หลากหลายรวมกว่า 400,000 คน ภายใน Ecosystem ของ SC Asset เป็นการต่อยอดจาก SC Token ที่ปัจจุบันใช้กันภายในองค์กรอยู่แล้ว อีกทั้ง (2) การหารือเกี่ยวกับการทำ ICO (Initial Coin Offering) ซึ่งเป็น Security Token เพื่อการระดมทุนภายใน 3 ปีนี้ โดย ปัจจุบัน SC Asset มีสินทรัพย์ที่สร้าง recurring income มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท


นอกจากนี้ (3) การบุกเบิกเข้าไปในตลาด NFT (Non-Fungible Tokens) จาก SC Asset ซึ่งมีแผนการในปีหน้า นอกเหนือจากการที่จะใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระซื้ออสังหาริมทรัพย์ C Asset แล้ว อาจจะได้พบกับแบบบ้าน และนวัตกรรมใหม่ๆ ในรูปแบบ NFTรวมถึงการนำไปสู่การซื้ออสังหาฯ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ใน Metaverse จาก SC Asset


โดยปัจจัยสำคัญของความร่วมมือเกิดจากแนวนโยบายภายใต้ทิศทางที่สอดคล้องกัน คือ การพัฒนา Solutions เพื่อลูกค้า อีกทั้งบริการของ Zipmex มีความปลอดภัย มีเสถียรภาพสูง และใช้งานง่าย ควบคู่กับการให้บริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยม ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่าจะช่วยสร้างประสบการณ์การใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ประทับใจให้กับลูกค้าได้ในทุกระดับ



CRC ผนึก “Zipmex” รับเทรนด์ Metaverse ลุย “ดิจิทัลซูเปอร์มาร์เก็ต”

นายสเตฟาน คุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู๊ด รีเทล จำกัด ในเครือบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจในศตวรรษที่ 21 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในธุรกิจค้าปลีกฟู้ดรีเทล นอกจากมุ่งแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเสริมทัพบริการให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง


ขณะที่อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ  การร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีนวัตกรรมที่ทันสมัย บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ Zipmex แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพดิจิทัลชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดประสบการณ์ให้ผู้บริโภคบนMetaverse ซึ่งกำลังเป็นเมกะเทรนด์รูปแบบใหม่ทางการตลาด


ทั้งนี้เพื่อสร้างความแตกต่างและมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค พร้อมผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ "CRC etailligence" ที่จะสร้างนวัตกรรมค้าปลีกแห่งอนาคต ที่พร้อมเติมเต็มทุกประสบการณ์ให้กับลูกค้าแบบไร้พรมแดนและไร้ขีดจำกัด เป็น Central to Life หรือ ศูนย์กลางชีวิตของผู้คนให้กับลูกค้าทุกท่าน


อย่างไรก็ตามความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการพลิกโฉมวงการฟู้ดรีทลครั้งแรกในเอเชิยตะวันออกเฉียงใต้ที่ร่วมกันพัฒนาและสำรวจศักยภาพของโลกเสมือนจริง หรือ Metaverse ที่ถูกสร้างจากโครงสร้างพื้นฐานของสินทรัพย์ดิจิล เช่น การใช้จ่ายผ่านเหรียญคริปโตเคอเรนซี หรือการเลือกสินค้าในรูปแบบ NFT เป็นต้น



“กรุงศรี ฟินโนเวต” ใส่เงินลงทุนใน
Zipmex

นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ในเครือธนาคารกรุงศรีกล่าวว่า สาเหตุที่เลือกลงทุนในซิปเม็กซ์ เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายที่แข็งแกร่งอยู่ต่างประเทศและไทยรวม 4 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย รวมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงแค่แพลตฟอร์มการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 


ขณะเดียวกันกรุงศรีได้เข้าดูแลในด้านของระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล การชำระเงิน โอนเงินให้กับ ซิปเม็กซ์ด้วย และยังจะพัฒนาทางด้านอื่นด้วยกันต่อไปในอนาคต อีกทั้งคาดว่า ซิปเม็กซ์มีโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ใดที่หนึ่งได้เร็วกว่าสตาร์ทอัพปกติใช้เวลาราว 4-5ปี ทั้งนี้ ขึ้นกับโอกาสและความเหมาะสม

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่