Official Update :

LEO กำเงิน 500 ล้านบาท ลุยซื้อกิจการ-ร่วมทุน หวังต่อยอดเข้าสู่ธุรกิจใหม่ Non-logistics

LEO บริษัทวางงบลงทุนทั้ง M&A และ JV ไว้ราว 400-500 ล้านบาท เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่ม Non-logistics โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา M&A ประมาณ 4 ดีล คาดชัดเจนปีนี้ 1 ดีล และยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อร่วมลงทุน 2 ราย คาดชัดเจนภายในปีนี้


นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO ผู้ ดำเนินธุรกิจรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและโลจิสติกส์ครบวงจรชั้นนำ เปิดเผยว่า บริษัทยังมองหาโอกาสขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่ม Non-logistics ทั้งกัญชา-กัญชง การเช่าตู่คอนเทรนเนอร์ และการขยายการลงทุนต่างประเทศ เป็นต้น


โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา M&A ประมาณ 4 ดีล ทั้งในประเทศ 2 ราย และต่างประเทศ 2 ราย โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจน 1 ดีลในประเทศ นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรเพื่อร่วมลงทุน (JV) 2 ราย ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจ โคเชน โลจิสติกส์ และแวร์เฮ้าท์ เบื้องต้นคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2565 โดยบริษัทวางงบลงทุนทั้ง M&A และ JV ไว้ราว 400-500 ล้านบาท


“Non-logistics คาดว่าจะเห็นรายได้เข้ามาอย่างเห็นได้ชัดภายใน 2-3 ปีข้างหน้าราว 20% หากการเช่าตู้คอนเทรนเนอร์สำเร็จจะเห็นรายได้เข้ามาระดับสูง เพราะเป็นสัญญาระยะยาว ซึ่งจะถือเป็นรายได้ประจำ”นายเกตติวิทย์ กล่าว


ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย เกษตรปลอดภัย ณ  หุบป่าตาด อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยมี น.ส.ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี  ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามสนับสนุนโครงการเพาะพันธุ์ปลูกขายต้นกล้ากัญชา


ทั้งนี้ เพื่อสานต่อให้โครงการเดินหน้าบรรลุเป้าหมายใด้สำเร็จ บริษัทฯได้มอบเงินจำนวน 1,500,000 บาท สนับสนุนแผนลงทุนขยายเพาะพันธุ์ต้นกล้ากัญชาทั้งสายพันธุ์ไทย และสายพันธุ์นอกต่อเนื่อง รวมจำนวน 100,000 ต้น เพื่อจัดจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ และยังเป็นการสร้างอาชีพให้กับชุมชน สามารถมีรายได้ และพึ่งตนเองได้ โดยจะเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ฟาร์มเพาะปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษให้แก่ผู้สนใจ และลูกค้าของบริษัทฯ เข้าเยี่ยมชม ตลอดฤดูกาล


“การร่วมมือระหว่าง LEO และวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย เกษตรปลอดภัยฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งพันธกิจของ LEO ในการสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม  (Sustainable Development) เพราะวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยนี้ ถือเป็นธุรกิจเพื่อสังคม ( Social Enterprise) ของชาวจังหวัดอุทัยธานี ที่มีเป้าหมาย ในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน เพื่อกระจายรายได้ สร้างอาชีพในชุมชน แก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาสังคมไปพร้อมๆ กับการสร้างผลกำไร เพื่อให้ธุรกิจของวิสาหกิจ สามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน  ” นายเกตติวิทย์ กล่าว


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LEO กล่าวต่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดธุรกิจของกลุ่ม LEO ภายใต้จุดแข็งในฐานะผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ในกลุ่ม Non-logistics ซึ่งจากกระแสความนิยมกัญชง-กัญชา ที่สามารถนำสารสกัดไปเป็นวัตถุดิบและสารตั้งต้น เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา เครื่องดื่ม  เครื่องสำอางและอาหารได้   ส่งผลให้บริษัทฯ มีความสนใจที่จะเข้ามาศึกษาธุรกิจและวางแผนที่ต่อยอดผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากกัญชงและกัญชาให้เป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ ในอนาคต พร้อมทั้งมีส่วนช่วยเหลือสังคมและชุมชนในจังหวัดอุทัยธานี  ให้มีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคงตลอดไป


ด้านนายไกรราช  เล่าเกษตรวิทย์  ประธานวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัยเกษตรปลอดภัย กล่าวว่า  มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (LEO)  ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมานานกว่า 32 ปี  ที่เล็งเห็นโอกาสรวมทั้งตอบสนองต่อนโยบายแห่งภาครัฐ เรื่องปลดล็อคกัญชาและกัญชง ช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนฯ สามารถเพาะปลูกขายต้นกล้ากัญชา  ทำให้เกษตรกรท้องถิ่นและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต


นอกจากนี้ทางวิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย เกษตรปลอดภัย ก็ยังมีแผนธุรกิจที่จะทำการปลูกกัญชาเพื่อให้ได้ช่อดอก และนำมาผลิตและจำหน่ายเพื่ออุตสาหกรรมทางการแพทย์ในลักษณะต้นน้ำและกลางน้ำ เพื่อสร้างรายได้และอาชีพให้กับชุมชนของวิสาหกิจฯ ได้อย่างยั่งยืน โดยที่ทาง LEO ก็ยินดีที่จะร่วมสนับสนุนในการพัฒนาธุรกิจนี้ต่อไป


ปัจจุบัน วิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย เกษตรปลอดภัย ตั้งอยู่เลขที่ 199/9 หมู่ที่ 6 ตำบลสุขฤทัย อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี ได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 บนพื้นที่เพาะปลูก 8 ไร่ มีพื้นที่เพาะปลูกในโรงเรือนขนาด 360 ตารางเมตร (12 X 30 เมตร) จำนวน 10 โรงเรือนควบคุมด้วยระบบ “เกษตรอัจฉริยะ” สามารถกำหนดและควบคุมปัจจัยการปลูกต้นกัญชา เช่น อุณหภูมิ แสงแดด ไฟฟ้า  น้ำ  ดิน ความชื้นและศัตรูพืชได้อย่างอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ผลผลิตจากต้นกัญชาอย่างมีคุณภาพ อีกทั้ง วิสาหกิจชุมชนสุขฤทัย เกษตรปลอดภัย ยังได้รับใบอนุญาตผลิตและปลูกกัญชา  และใบอนุญาตจำหน่ายกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ (กรณีจำหน่ายวัตถุดิบพืช) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. นั่งไม่ติด! แจงปม “สุภาพร พิมพ์พงษ์” ชี้ถอนรายงานหลังพบเป็นธุรกรรมทิพย์ จ่อดำเนินคดีหากพบเจตนาส่งข้อมูลเท็จ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมฯ ชี้ “E20 คือทางรอดระยะยาว” ร่วมเดินหน้าต่อยอดมาตรการภาครัฐ พร้อมผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-ประชาชน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
ทำความรู้จัก Amortizing Bond ตราสารหนี้ชนิดทยอยคืนเงินต้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ชื่นใจนักลงทุน! SET วันนี้ปิดพุ่ง 35 จุด รับข่าว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนลบ. ผ่านฉลุย ฟาก DELTA นำทีมชิ้นส่วนพุ่งรับจิตวิทยาบวก
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Insurance
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย คว้ารางวัล CEO of the Year พร้อมอีก 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที Insurance Asia Awards 2026
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us