DOHOME ราคาจากต้นปีร่วง 34.33% แต่โบรกเกอร์ ชี้ราคาสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว
บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME หนึ่งในหุ้นที่ช่วยสร้างทั้งผลตอบแทนและสร้างความชอกช้ำให้แก่นักลงทุนมาหลายต่อหลายคน ด้วยการปรับตัวของราคาหุ้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนทำให้ในปัจจุบัน ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 65 ลงมาอยู่ที่ 15.30 บาทหรือลดลง 34.33%ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่คอยกดดันราคาหุ้นก็จะเป็นด้านของภาคบริโภคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าจำเป็นมากขึ้น ภายใต้สถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูง ทำให้ DOHOME ที่เป็นผู้ค้าปลีก ค้าส่ง และให้บริการด้านวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านแบบครบวงจร ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนต้องของสงสัยนั้น โอกาสการลงทุนหุ้นดังกล่าวยังมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เพราะด้วยราคาที่ปรับตัวลงมาค่อนข้างรุนแรงจะเป็นจังหวะที่ดีหรือไม่ที่จะเข้าลงทุน ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็จะขอใช้โอกาสนี้ในการพานักลงทุนและผู้อ่านไปหาคำตอบหรือไขข้อสงสัยไปพร้อมกันผ่านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
โดยบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)ได้ให้มุมมองว่า ราคาหุ้น ที่ปรับตัวลดลงเชื่อว่าเป็นการสะท้อนปัจจัยลบระยะสั้น เช่น ผลกระทบจากเงินเฟ้อและคาดการณ์ว่าอัตรากำไรผลิตภัณฑ์จำพวกเหล็กจะลดลง จึงได้มีการปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 22 บาทจากเดิมที่ 21.4 บาท จากภาพรวมการเติบโตของกำไรในช่วงปี 65-67 ที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง
ซึ่งคาดกำไรช่วงปี 65- 67 จะเติบโตแตะ 2.8 พันล้านบาทหรืออัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 16%ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขาเชิงรุกที่คาดการณ์จะเติบโตเฉลี่ย 25%ต่อปี ในช่วงปี 65-67 และอัตรากำไรที่โตขึ้นจากส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นยิ่งกว่านั้นทุกสาขาต่างก็อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพด้านอุปสงค์ดี เช่น ชลบุรี
ฟากบริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ที่ 374 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 37.8% และลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 18.7% ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่ชะลอลง แม้ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก Product Mix แต่ยังไม่สามารถผลักภาระให้กับผู้บริโภคได้ทันที จึงทำให้ฟื้นตัวน้อยกว่าคาดและยอดขายได้รับแรงกดดันจากฝนตกหนักในหลาย ๆ พื้นที่ โดยช่วงปลายเดือนพฤษภาคมทำให้ลูกค้า End User เข้าสาขาลดลง
ด้วยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/65 ที่ต่ำกว่าคาดก่อนหน้าจากมาร์จิ้นฟื้นตัวช้าและฝนตกหนักในหลาย ๆ พื้นที่และครึ่งหลังกังวลเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เราจึงได้มีการปรับประมาณการกำไรปี 65 ลงเป็น 1.67 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 8.3%และราคาพื้นฐานลงที่ 20 บาท แต่ราคาหุ้นสะท้อนความกังวลไปมากแล้ว จึงแนะนำ "ซื้อ"
