Official Update :

DELTA วิ่งแรงรับกำไรดีเกินคาด โบรกฯ ปรับเพิ่มเป้าหมาย มองกำไรปีนี้พุ่ง 1 หมื่นล้านบาท

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น DELTA เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ตอบรับรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 มีกำไร 4,263.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.6% จากงวดเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ทำให้ต้องปรับเพิ่มประมาณการณ์กำไรปี 2565-2566 ขึ้นอีก พร้อมยังแนะนำ ซื้อ และปรับเพิ่มเป้าหมายเป็น 423 บาท


ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/65 นักวิเคราะห์บอกว่า อาจมีข้อมูลเพิ่มจาก conference call เย็นวันนี้ แต่ปัจจุบันคาดว่าผลกระทบจากกำลังซื้อกลุ่มรถยนต์ในสหรัฐและการขาดวัตถุดิบของกลุ่มรถยนต์ในยุโรปทำให้ยอดขายกลุ่ม EV car ลดแต่มีชดเชยด้วยภาวะ high season และการขายกลุ่ม hi end Data center จึงยังคาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดจากไตรมาสก่อน


DELTA รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 มีกำไร 4,263.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.6% จากงวดเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ทำให้ต้องปรับเพิ่มประมาณการณ์กำไรปี 2565-2566 ขึ้นอีก พร้อมยังแนะนำ ซื้อ และปรับเพิ่มเป้าหมายเป็น 423 บาท


จากประเด็นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผย ว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 มีกำไร 4,263.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.6% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,655.38 ล้านบาท โดยไตรมาสนี้ ยอดขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 28,004 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน


โดยส่วนงานเพาเวอร์อิเลคโทรนิคส์ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center, Server & Cloud Storage รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อีเลคโทรนิคส์กำลังไฟฟ้าที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Power) กลุ่มโซลูชั่นพัดลมและระบบจัดการความร้อน (Fan & Thermal Management Solution) กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ทั้งระบบอัตโนมัติสาหรับเครื่องจักรและระบบขับเคลื่อนสายการผลิต


บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ TRADING BUY ราคาเป้าหมาย 400 บาท มีมุมมองเป็นบวกต่อกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ที่ 4,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 53%จากไตรมาสก่อน สูงกว่าคาดถึง 82% และทำ all time high มียอดขาย และ GPM ที่เพิ่มมากและสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ภาพยอดขายเพิ่มทุกสินค้า


โดยกลุ่ม EV car เติบโตและดีกว่าคาดทั้งๆที่ก่อนหน้านี้กังวลผลกระทบจากจีนล็อกดาวน์ในเดือนมิ.ย.จะทำให้ขาดวัตถุดิบ ขณะที่ค่าเงินบาทและการขายกลุ่ม hi end Data center ช่วยเพิ่ม GPM โดยรวมยอดขาย 36%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 14%จากไตรมาสก่อน


ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/65 อาจมีข้อมูลเพิ่มจาก conference call เย็นวันนี้ แต่ปัจจุบันคาดว่าผลกระทบจากกำลังซื้อกลุ่มรถยนต์ในสหรัฐและการขาดวัตถุดิบของกลุ่มรถยนต์ในยุโรปทำให้ยอดขายกลุ่ม EV car ลดแต่มีชดเชยด้วยภาวะ high season และการขายกลุ่ม hi end Data center จึงยังคาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดจากไตรมาสก่อน


ดังนั้นจึงปรับคำแนะนำเป็น Trading Buy และเพิ่มราคาเป้าหมายมาที่ 400 บาท จากเดิม 330 บาท (ปรับประมาณการ ปี 2565 ขึ้น 26% แต่คงพีอีที่ 45 เท่า =Mean) และให้ DELTA คู่กับ KCE (ราคาเป้าหมาย 81 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่ม


ด้านบริษัท หลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 65-66 ขึ้น 40% และ 30% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนถึงผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรก 65 ที่แข็งแกร่งและยอดขายกลุ่ม EV พัดลมระบายความร้อน และดาต้าเซ็นเตอร์ที่โตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง ปัจจุบันกำไรครึ่งปีแรกปี 65 คิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรทั้งปี 65 (ก่อนปรับตัวเลขกำไรครึ่งแรกปี 65 คิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรชุดเดิม) คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับมูลค่าพื้นฐาน 1% เป็น 423 บาท เชื่อว่าอุปสงค์ต่อบริษัทจะไม่ถูกกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ แต่ด้วยภาพรวมการเติบโตที่ทรงตัวในปี 66


ด้านนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำถือ ราคาเป้าหมายสูงขึ้นที่ 372 บาท โดย DELTA ประกาศกำไรสุทธิดังกล่าว สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยเนื่องจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด จึงปรับประมาณการกำไรปี 2565 และ 2566 เพิ่มขึ้น 22% และ 18% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เห็นสถานการณ์ที่คลุมเครือหลายอย่างที่อาจกดดันราคาหุ้นของ DELTA ในครึ่งหลังปี 65 คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายสูงขึ้นที่ 372.00 บาท


ส่วนบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด จากผลประกอบการไตรมาส 2/65 ที่ออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด ทำให้ปรับเพิ่มประมาณการปี 2565/66 เป็น 1.0 หมื่นล้านบาท (เติบโต 67%จากปีก่อน) และ 1.1 หมื่นล้านบาท (เติบโต 11%จากปีก่อน) หลักๆ จากการปรับสมมติฐานค่าเงินบาท/USD และปรับอัตรากาไรขั้นต้น ขณะที่ประมาณการปี 2565ยังคาดยอดขายกุลเงิน USD เติบโตเพียง 10% เทียบเท่าขอบล่างที่บริษัทฯ ให้ไว้ว่าจะเติบโต 10-20%  จากปีก่อน ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 424.00 บาทต่อหุ้น แต่คงคาแนะนา “TRADING”

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us