Official Update :

SCGC เล็งขายไอพีโอแบบ Small Lot First ฟาก SCC คาดครึ่งปีหลังธุรกิจยังมีความท้าทาย หลังราคาพลังงานพุ่ง ดันต้นวัตถุดิบสูง

ผู้บริหาร SCGC  ชี้บริษัทมีความตั้งใจที่จะกระจายและจัดสรรหุ้นไอพีโอให้ทั่วถึงประชาชนทุกคน แบบ Small Lot First ในรูปแบบเดียวกันกับ SCGP ส่วน SCC มองภาพรวมธุรกิจครึ่งปีหลังยังมีความท้าทาย หลังจากที่ราคาพลังงานในตลาดโลกยังปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย และยูเครน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบ ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในอาเซียนถือว่ายังเติบโตได้ดี เช่นเดียวกันธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง


นายกุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC  เปิดเผยว่า บริษัทมีความตั้งใจที่จะกระจายและจัดสรรหุ้นไอพีโอให้ทั่วถึงประชาชนทุกคน (Small Lot First) ในรูปแบบเดียวกันกับที่บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอ ก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่ง


ด้านนาย รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC มองแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังถือว่ายังมีความท้าทายจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบไปยังต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันในปีนี้บริษัทจะพยายามเน้นความสามารถในการทำกำไร และความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคอาเซียนถือว่ายังเติบโตได้ดี ส่วนธุรกิจแพ็กเกจจิ้งยังมีแนวโน้มเติบโตตามอุตสาหกรรมอาหาร

ขณะที่โครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่ประเทศเวียดนาม เฟส 2 นั้น กำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา โดยเฟสที่ 1 อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะเปิดให้ดำเนินการในรูปแบบเชิงพาณิชย์ได้ภายในครึ่งแรกของปี 2566

ไตรมาส 2/65 กำไรวูบ
42%

สำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,937 ล้านบาท ลดลง 42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ  17,136 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบของธุรกิจเคมิคอลส์ ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจเคมิคอลส์ลดลง


สำหรับ รายได้จากการขาย ในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 152,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของทุกกลุ่มธุรกิจจากราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด


ขณะเดียวกันรายได้ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนเพราะธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและธุรกิจแพคเกจจิ้งมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณการขายลดลงจากแผนซ่อมบํารุงPolyolefin และความต้องการของตลาดที่ปรับตัวลง


ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 65 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 18,781 ล้านบาท ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32,050 ล้านบาท โดยผลจากการปรับตัวสูงขึ้นของ ต้นทุนวัตถุดิบตามราคาน้ำมัน และส่วนแบ่งกําไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจเคมิคอลส์ที่ลดลง ประกอบกับในปีนี้ ไม่ได้เกิดเหตุการณ์วิกฤติฤดูหนาวที่รุนแรงในสหรัฐอเมริกาส่งผลให้ EBITDA ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 42,468 ล้านบาท


นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดําเนินงานครึ่งปีแรก ของปี 2565ในอัตรา 6.0 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 7,200 ล้านบาท โดยกําหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 26 สิงหาคม 2565 กําหนดวันที่ XD ในวันที่ 10 สิงหาคม 2565 และกําหนดรายชือผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record date) วันที่ 11 สิงหาคม 2565

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่