Official Update :

ดัชนี 1,600 จุด แค่ภาพลวงตา ที่แท้ DELTA เป็นตัวดันดัชนีกว่า 23 จุด

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ (4 ส.ค.65) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ 1,600 จุดไปเรียบร้อยแล้ว ภายใต้มูลค่าซื้อขายที่บางเบา ซึ่งเป็นสัญญาณอะไร และยังจะไปต่อได้ไกลแค่ไหน โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า แรงผลักดันดัชนีที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจาก DELTA แต่ถ้าตัด DELTA ออกไปก็ถือว่ายังปรับขึ้นมาไม่มากเท่าไหร่นัก แต่มองว่าภาพรวมตลาดหุ้นนับจากนี้มีเสน่ห์มากขึ้น และมีแนวโน้มสดใสมากขึ้นอีกด้วย เมื่อเทียบกับช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา


Wealthy Thai ได้เข้าไปสำรวจข้อมูลย้อนหลังของ DELTA พบว่านับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. ถึงวันที่ 3 ส.ค. (เฉพาะวันที่ DELTA มีผลต่อดัชนี) พบว่าดันดัชนีราว 23 จุด โดยวันที่ 18 ก.ค.ราคาปิดการซื้อขาย 339.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.95% ดันดัชนีราว 1.60 จุด วันที่ 20 ก.ค.ราคาปิดการซื้อขาย 364.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.06% ดันดัชนีราว 2.40 จุด


วันที่ 21 ก.ค.ราคาปิดการซื้อขาย 369.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.37% ดันดัชนีราว 0.5 จุด ขณะที่วันที่ 25 ก.ค.ราคาปิดการซื้อขาย 374.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.36% มีผลต่อดัชนีราว 0.5 จุด วันที่ 27 ก.ค.ราคาปิดการซื้อขาย 474.00 บาท เพิ่มขึ้น 28.80% มีผลต่อดัชนีสูงถึง 10.60 จุด


วันที่ 1 ส.ค.ราคาปิดการซื้อขาย 510.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.59% มีผลต่อดัชนี 3.60 จุด วันที่ 3 ส.ค. ราคาปิดการซื้อขาย 522.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.53% ดันดัชนีราว 3.2 จุด และล่าสุดปิดการซื้อขายภาคเช้าของวันนี้ (4 ส.ค.) พบว่าราคาหุ้นปิดที่ 534 บาท เพิ่มขึ้น 2.30% ดันดัชนีราว 1.24 จุด


นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งเป็น DELTA ที่ผลักดันดัชนีพอสมควร แต่ถ้าตัด DELTA ออกไปก็ถือว่ายังปรับขึ้นมาไม่เยอะเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามภาพรวมหุ้นไทยเริ่มจะดูดีมากขึ้น แต่ต้องรอลุ้น เพราะสิ่งที่กังวลในสัปดาห์หน้าคือการรายงานผลประกอบการเป็นหลัก ต้องดูว่าจะดีกว่าคาดมั้ย แต่ถ้าออกมาเป็นมุมลบ ต่ำกว่าคาดอาจเป็นแรงกดดัน


ทั้งนี้ภาพตลาดจะดูดีขึ้น พอต่างประเทศกังวล recession แต่สหรัฐฯบอกว่าโอกาสเกิด recession มีน้อยลง และไทยก็ยังมีโอกาสเกิดน้อยกว่าอีกด้วย ขณะที่ IMF ยังคาดการณ์ GDP ไทยปี 66 โตกว่า 4% ซึ่งเด่นกว่าหลายๆประเทศ สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ 2.9%


ส่วนกระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 4.2% เงินเฟ้อคาดว่าจะสามารถรับมือได้หลังจากนี้ โดยคาดเงินเฟ้อปี 2566 กลับมาอยู่ที่ +2.5% นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือน ก.ค. 65 ที่ทะลักเข้ามาสูงกว่าคาดมาก อยู่ที่ 1.2 ล้านคน ทำให้ไทยอยู่ในช่วง RECOVERY


ด้านสถานะทางการเงินของประเทศ ฝ่านระดับเงินทุนสำรองระหว่าง ประเทศของประเทศไทย ณ สิ้น มิ.ย.65 พบว่ายังอยู่ที่ระดับ 2.4 แสนล้านเหรียญ ลองรับการนำเข้าสินค้ารายเดือนสูงถึง 9.6 เดือน (เกณฑ์สากล  3 เท่า) ซึ่งทุกเกณฑ์ชี้วัดความแข็งแกร่งของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ถือว่าประเทศไทยอยู่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล


ดังนั้นจากภาพรวมที่สดใสมากขึ้น มีโอกาสเห็นเงินทุนต่างชาติสลับเข้ามาซื้อสุทธิมากขึ้นได้ นอกจากนี้กนง.ถ้าหากปรับขึ้นดอกเบี้ยก็จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทย-สหรัฐฯ ปรับลดลง โดยตามกระแสที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีเสน่ห์มากขึ้น และมีแนวโน้มสดใสมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยแนวรับ 1,570 จุด น่าสะสม ขณะที่แนวต้าน 1,615 จุด


ขณะที่ประเด็นปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงนี้ มองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะช่วงนี้มีวันหยุดยาวจำนวนมาก รวมทั้งเม็ดเงินย้ายไปสินทรัพย์ปลอดภัย จากดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามุมมองที่กังวล recession ซึ่งไทยโอกาสเกิดขึ้นน้อย อาจจะมีเม็ดเงินบางส่วนย้ายมาไทยได้บ้าง ทำให้ปริมาณการซื้อขายกลับมาได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามไตรมาส 2 ปกติอยู่แล้วที่ปริมาณการซื้อขายจะเบาบาง เพราะมีวันหยุดจำนวนมาก

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us