สถิติเผย นักลงทุนกำลังหนีหุ้นไทย ? พบนักลงทุนรายย่อยเทรดลดลง พอร์ตบัญชี Margin วูบ 1.19 แสนล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยกำลังเดินหน้าสู่ภาวะความซบเซาด้วยปัจจัยมากมายที่เข้ามากระทบ ทั้งการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่ดึงเม็ดเงินในตลาดเกิดใหม่ออกไป รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก กดดันให้การลงทุนเต็มไปด้วยอุปสรรค โดยข้อมูลที่รายงานออกมาจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เผยให้เห็นถึงการถอยห่างออกจากตลาดหุ้นไทย ของนักลงทุนรายบุคคลที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก


โดยพบว่า ในเดือน มิ.ย. จำนวนนักลงทุนที่เทรดอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือนอยู่ที่ 611,524 บัญชี ลดลงจากเดือน ม.ค. 18 % นอกจากนี้ มูลค่าการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่ที่ 1,038,170 ล้านบาท ลดลงจากต้นปีถึง 48 % โดยความซบเซานี้อาจต่อเนื่องไปในครึ่งปีหลัง เพราะยังไม่เห็นสัญญาณการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ


บล.เอเซีย พลัส ประเมิน ว่า ในเดือน ส.ค.กระแสเงินทุนต่างชาตินั้นจะเข้ามาหนุนตลาดหุ้นไทยได้ยากหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ขึ้น ออกเบี้ยอีก 0.75% ในวันที่ 28 ก.ค. 65 ทําให้ส่วนต่างระหว่าง ดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าสหรัฐถึง-2% (ตอนวิกฤตซับไพรม์ -1% เท่านั้น)


ประเด็นดังกล่าวฝ่ายวิจัยประเมินแรงกดดัน เงินทุนต่างชาติชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อในช่วงแรกๆ ของเดือน ส.ค. มีอยู่ 2 ส่วน ดังนี้


1.ส่วนต่างดอกเบี้ยยิ่งมาก ค่าเงินยิ่งมีโอกาสอ่อนค่า ยกตัวอย่าง เช่น ในสหรัฐเร่งขึ้นดอกเบี้ยล่าสุดอยู่ที่ 2.5% มีส่วนต่างกับไทย -2% กดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาแล้ว 9.6% จากต้นปีและหากไปดู ประเทศที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยมากกว่าไทย อย่างญี่ปุ่นจะเห็นภาพชัดขึ้น โดยปีนี้ญี่ปุ่นคงดอกเบี้ยระดับ -0.1% ทำให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐกว้างถึง -2.6% และค่าเงินเยนอ่อนค่าไปแล้วถึง -16% จากต้นปีถึงปัจจุบัน และ จากสถิติชี้ให้เห็นว่า เวลาค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นทีไร มักกดดันให้เงินทุนต่างชาติไหลออกเสมอ


2.สถิติบ่งชี้ว่า Spread ดอกเบี้ยไทยยิ่งกว้าง Fund Flow ยิ่งมีโอกาสไหลออกเสมอสะท้อนได้จากข้อมูลความสัมพันธ์เงินทุนต่างชาติกับส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐแปรผันตามกันเสมอ สะท้อนได้จากข้อมูลดังกล่าวมีค่า Correlation ระหว่างกันสูงถึง 0.72 เท่า และเวลา Spread ระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐกับไทยติดลบเงินทุนต่างชาติ มักจะไหลออกเฉลี่ยราว 800 ล้านบาทต่อวัน รวมถึงถ้า Spread กว้างมากขึ้นเท่าไหร่ เงินทุนต่างชาติก็มีโอกาสไหลออกมากขึ้นเช่นกัน


อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยฯ คาดว่า ช่วงครึ่งหลังของเดือน ส.ค. เงินทุนต่างชาติมีโอกาสชะลอการไหลออก และอาจสลับมาซื้อสุทธิบ้างในบางวัน ด้วย 2 เหตุผล


1.ถ้ากนง.มีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยไม่ว่าจะ 0.25% หรือ 0.5% ในวันที่ 10 ส.ค. 65 หลังจากนั้นจะช่วยทำให้ส่วน ต่างระหว่างดอกเบี้ยไทยสหรัฐแคบลงในช่วงสั้นก่อนที่ Fed จะมีการประชุมครั้งถัดไปใน 21 ก.ย. 65


2.ถ้ารายงานตัวเลข GDP ไทยงวด ไตรมาสที่ 2 ออกมาไม่ติดลบ ทำให้ความกังวลเรื่องRecessionในไทยลดลงเมื่อเทียบสหรัฐ ที่เกิด Technical Recession เรียบร้อยแล้ว และจากสถิติในอดีตเวลาที่ GDP ไทยเติบโตแต่ GDP สหรัฐติดลบพบว่าตลาด หุ้นไทยก็พลิกกลับมา Outperform และชนะตลาดหุ้นสหรัฐในไตรมาสนั้นๆ เฉลี่ยราว 4% พร้อมกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีการสลับมาไหลเข้าบ้างในบางไตรมาส


สรุปคือ Fund Flow มีโอกาสไหลออกจากตลาดหุ้นไทยต่อ จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทยสหรัฐที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะช่วงแรกของเดือน ส.ค. แต่การไหลออกอาจชะลอลงบ้าง หลังกนง.มีการประกาศขึ้นดอกเบี้ย รวมถึง GDP ไทยงวดไตรมาสที่ 2


สรุปคือ ในเชิงพื้นฐาน SET Index 1,570 จุด น่าจะสะท้อนประเด็นการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งไปแล้ว และถ้าย่อตัวลงมาที่บริเวณตัวเลขกลมๆ 1,515 – 1,530 จุด น่าจะสะท้อนความกังวลการแพร่ระบาดโควิดไปมากเช่นเดียวกัน


และสำหรับกลยุทธ์การลงทุนเดือน ส.ค. 65 แนะนําทยอยสะสมหุ้น 3 กลุ่มที่คาดว่าจะ Outperform ตลาดได้


1) หุ้นกลุ่มเปิดเมืองCENTEL,BEM,CRC  2) หุ้นได้ประโยชน์ดอกเบี้ยขาขึ้น KTB


3) หุ้นย่อตัวแนวโน้มกําไรดีขึ้นแรงกดดันลดลงตามลำดับ GPSC TRUE KCE


ส่วนหุ้นที่อาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน คือ EA กับ ANAN เนื่องจากราคาหุ้นใกล้เต็มมูลค่าพื้นฐาน



ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
Stock of the Day
ส่องมุมมองนักวิเคราะห์ SET ครึ่งปีหลังดีหรือแย่? เป้าดัชนี 1,600-1,700 จุด เป็นไปได้แค่ไหน พร้อมโผหุ้นเด่น-ธีมลงทุนที่ต้องจับตาต่อจากนี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“DAOL-GTECH” กระจายลงทุน “หุ้นเทคฯ โลก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวรับ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“ยกระดับ” ศักยภาพของ “ห่วงโซ่อุปทาน”... ด้วย “การปรับปรุง” กระบวนการดำเนินงาน เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” การผลิต !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดเช้าพุ่ง 21 จุด ทะลุ 1,600 จุด สำเร็จ! รับแรงหนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า-สื่อสาร โบรกฯ มองหุ้นไทยมีดี แต่เริ่มแพง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us