Official Update :

หุ้นไอทีราคาวิ่งแรงรับข่าวดี 2 เด้ง เงินเฟ้อไทยต่ำกว่าคาด-ชิพขาดแคลนกระทบจำกัด

หุ้นในกลุ่มสินค้าไอทีราคาหุ้นวิ่งแรงตอบรับข่าวบวก 2 เด้งทั้งในเรื่องของเงินเฟ้อไทยเดือนก.ค.2565 อยู่ที่ 7.61% ต่ำกว่าที่ตลาดไว้ที่เพิ่มขึ้น 8.0% ประกอบกับประเด็นสถานการณ์จีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ นักวิเคราะห์คาดผลกระทบจากสถานการณ์ชิพขาดแคลนยังมีจำกัด


ก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มไอที มีปัจจัยกดดันจาก เงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่จะส่งผลต่อกำลังซื้อครึ่งปีหลัง รวมทั้งเงินบาทอ่อนตัวทำให้ราคาสินค้าไอทีมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แต่ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือน ก.ค.65 อยู่ที่ 7.61% จากปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดไว้ที่ 8.0%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่ประเด็นสถานการณ์จีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ ที่นักวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์ชิพขาดแคลนยังมีจำกัดอีกด้วย


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้ออกมาประเมินสถานการณ์จีน-ไต้หวัน-สหรัฐฯ ว่ายังต้องติดตามและกดดันตลาดหุ้นต่อไป โดยหากพิจารณาเชิงลึก จะพบได้ว่า การส่งออกของไต้หวัน ณ สิ้นเดือนมิ.ย.65 มีมูลค่า 4.2 หมื่นล้านเหรียญฯ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่จีนเป็นหลักถึง 22% รองมาคือ สหรัฐฯ 16% ฮ่องกง 14% ขณะที่ไทยเองมีสัดส่วนเพียง 2% เท่านั้น


ขณะที่ในส่วนของชนิดสินค้า จะเห็นได้ว่าไต้หวันได้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์เป็นหลักราว 78% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 2.6 หมื่นล้านเหรียญฯ ต่อมาคือ โลหะ 10% ยางและพลาสติก 7% เครื่องนุ่งห่ม 2% สัตว์และอาหารสัตว์ 1% และอื่นๆ 2%


อย่างไรก็ตามแม้สัดส่วนการส่งออกจากไต้หวันมาไทยจะน้อยเพียง 2% แต่การส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ที่มีสัดส่วนกว่า 78% ซึ่งหากมีการสู้รบกันจริง และเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้ไต้หวันส่งออกสินค้าไม่ได้ คาดทำให้เกิดการขาดแคลนชิป เซมิคอนดักเตอร์ได้ในอนาคต และกระทบต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ในไทยอย่าง DELTA KCE HANA SMT เป็นต้น


แต่ผลกระทบจากสถานการณ์ชิพขาดแคลน ต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วน ยังมีไม่มาก โดยประเด็นเรื่องชิพขาดแคลนต่อกลุ่มชิ้นส่วนฯ หากย้อนดูรายได้ของกลุ่มชิ้นส่วนฯในไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อาจมีการส่งมอบสินค้าล่าช้ากว่าเป้าหมายบ้าง แต่ค่อนข้างกระทบจำกัด เนื่องจากเห็นรายได้ที่เติบโตได้ต่อเนื่องรายไตรมาส อย่างไรก็ตามปัญหาชิพขาดแคลนส่งผลให้ราคาวัตถุดิบหายากและแพงขึ้นบ้าง กดดัน Gross margin ให้ลดลงไปในช่วงไตรมาส 3/64-4/64 แต่บริษัทฯ ทยอยผลักภาระต้นทุนให้ลูกค้าบางส่วน


ในขณะที่มุมมองต่อจากนี้ฝ่ายวิจัย ยังคาดสถานการณ์ชิพขาดแคลนในครึ่งหลังปี 65 จะทยอยฟื้นตัวได้ดีขึ้น สะท้อนจากผลประกอบการชิ้นส่วนไทยงวดไตรมาส 2/65 ทั้ง DELTA และ SMT ที่ดีกว่าคาด โดย Inventory day การกักตุนสินค้าล่วงหน้าของผู้ประกอบการชิ้นส่วนไทยเฉลี่ยที่ 3 เดือน


ดังนั้นยังต้องติดตามความขัดแย้งจีน-ไต้หวันที่อาจมีผลต่อความประเด็นทั้งชิพขาดแคลนให้ยืดเยื้อไปนานกว่าครึ่งหลังปี 65 เนื่องจากผู้ประกอบการชิ้นส่วนในไทยถือเป็นขั้นกลางน้ำที่ต้องใช้วัตถุดิบต้นน้ำมาประกอบเป็นชิ้นส่วนได้ โดยไต้หวันถือเป็นศูนย์กลางการผลิตชิพของโลก ครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของตลาดชิพทั่วโลก หากวัตถุดิบต้นน้ำไม่สามารถผลิตออกมาได้จะกดดัน Supply chain ทั่วโลก

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”