TOP หลุด 50 บาทเหตุกังวลราคาเพิ่มทุน หลังพบกำหนดวันจัดสรรหุ้นใหม่ นักวิเคราะห์ชี้กำไรผ่านจุดพีครอดูความชัดเจนการเพิ่มทุน
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) วันนี้ ปรับตัวลดลงหลุด 50 บาท จากความกังวลการเพิ่มทุนที่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องราคาและมีการกำหนดวัน Rccord Dateใหม่ ทำให้นักลงทุนชะลอการเก็งกำไร ประเมินจุดเข้าซื้อ 45-48 บาท เป็นระดับที่น่าสนใจ ขณะที่ผลการดำเนินงานคาดไตรมาส 2/65 ทำจุดพีค เป็นบวกต่อราคาหุ้นระยะสั้น
จากกรณีที่ TOP ได้ประกาศเพิ่มทุน โดยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 275.12 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการเสนอขาย PO ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และประชาชนทั่วไป จำนวนไม่เกิน 239.235 ล้านหุ้น โดยจะมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 35.885 ล้านหุ้น ซึ่งจะกำหนดราคาเสนอขายโดยวิธี Book Building
ล่าสุดบริษัทได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยกำหนดให้วันที่ 19 ส.ค. 65 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Rccord Date) ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งใหม่แทนวัน Rccord Date เดิม ซึ่งยังมีรายละเอียดในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาหุ้น TOP ให้ปรับตัวลง
โดยคุณกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาหุ้นของ TOP ที่ปรับตัวลงในวันนี้ (8 ส.ค. 65) เกิดจากความกังวลในเรื่องของการเพิ่มทุน ซึ่งแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงวัน Rccord แต่ยังไม่มีการให้ราคาเพิ่มทุน ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวล เพราะหากราคาเพิ่มทุนออกมาต่ำ ระยะสั้นอาจเป็นปัจจัยที่ถ่วงราคาหุ้น ทำให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบในด้านของต้นทุนการถือครองหุ้นพอสมควร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อนักลงทุนที่เก็งกำไร ดังนั้นอาจเกิดการชะลอการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนในเรื่องของราคาก่อน
“ตราบใดที่ยังไม่เห็นภาพของราคาเพิ่มทุน ราคาหุ้นของ TOP ก็ยังมีปัจจัยเชิงลบหรือนักลงทุนเก็งกำไรอาจรอมากกว่าที่ไล่ราคา”
สำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้าลงทุน TOP แนะนำให้รอจังหวะที่ราคาหุ้นปรับลงจนมีอัพไซด์ราว 80% โดยประเมินราคาหุ้นที่ระดับ 45-48 บาท เป็นจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ ส่วนนักลงทุนที่เน้นเก็งกำลัง แนะนำให้รอความชัดเจนเรื่องราคาเพิ่มทุนก่อน
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงาน คาดไตรมาส 2/65 กำไรของ TOP จะทำจุดพีค ส่งผลให้ระยะสั้นราคาหุ้นได้ปัจจัยหนุน แต่ครึ่งปีหลังคาดแนวโน้มการดำเนินงานจะอ่อนตัว ทั้งนี้ ประเมินภาพ 1-2 ปี ข้างหน้า กำไรจะปรับตัวดีขึ้นตามการลงทุนในโครงการใหม่
