เช็ค 8 เดือน หุ้นไหนบวกแรงสุดใน SET100 FORTH ครองแชมป์ ราคาหุ้นพุ่ง 128.77%

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันจากภายนอกมากมาย ทั้งความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางต่างๆ และความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยแม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบนอก แต่ยังมีปัจจัยบวกภายในอย่างภาพรวมเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างเนื่อง ตามการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เติบโตได้ดี ทำให้ภาพรวมในประเทศยังเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนดัชนี ทำให้ช่วงที่ผ่านมามีราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นลงอย่างโดดเด่น


ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ก็มีข้อมูลของหุ้นในกลุ่ม SET100 ที่ปรับขึ้นแรงตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงวันที่ 5 ส.ค. 65 มาฝาก โดยพบว่า FORTH ผู้ให้บริษัทตู้บุญเติมและตู้เต่าบินมีราคาปรับขึ้นมากที่สุด!


จากข้อมูลจาก setsmart ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (1 ม.ค. – 5 ส.ค. 2565) ราคาหุ้นของ FORTH หรือ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปรับขึ้นมากที่สุด มาอยู่ที่ 48.50 บาท เพิ่มขึ้น 128.77% รองลงมาคือ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นปรับขึ้นมา 45.77% และ ESSO หรือ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ราคาหุ้นปรับขึ้นมา 38.78% ส่วนลำดับอื่นๆ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง





โดยราคาหุ้นของ
FORTH ในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความนิยมจากนักลงทุนอย่างมาก จากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ และความนิยมของตู้เต่าบิน ซึ่งต้องติดตามผลประกอบการไตรมาส 2/65 ว่าจะมีทิศทางการเติบโตเป็นอย่างไร จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนให้ราคาหุ้นไปต่อได้หรือไม่


ส่วน SCB นักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ช่วงไตรมาส 3/65 คาดกาไรสุทธิจะเติบโตจากไตรมาส 3/64 และไตรมาส 2/54 เพราะการขยายตัวของสินเชื่อรวม จากการขยายไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ และการเพิ่มขึ้นของ yield on loan ตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ตามการได้รับเงินปันผลพิเศษ (One-off dividend) จากทาง SCB bank มีความล่าช้าออกไป ทำให้คาดว่าการปรับโครงสร้างมีความล่าช้าออกไปเช่นกัน


ด้านนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น SCB ปรับลงมามากเกินไป จากความกังวลต่อการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Crypto Currency และแนวโน้มหนี้เสียที่จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ช่วงแรกของการแปลงธุรกิจบริษัทจะเน้นลงทุนในธุรกิจ Non-Bank เป็นหลัก ซึ่งคาดจะทาให้ Asset Yield ปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนี้เสียยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ จึงคงคำแนะนา “ซื้อ” โดยมี Upside ราว 46.3% จากมูลค่าพื้นฐานเดิมที่ 137.50 บาท (อิง Prospective PBV ที่ 1x) ขณะที่นักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี แนะนำ ซื้อ เช่นเดียวกัน โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 133 บาท

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Wealth EZ
“Passive Income”...คำตอบของการออมของ “คน 4.0” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.วรรณ ปักธง “ONE-USAV” ผ่าวิกฤต AI พิสูจน์กำไร! ชูจุดยุทธศาสตร์ “Growth to Value Rotation” เพิ่มโอกาสสร้างสมดุลพอร์ต รับมือตลาดสหรัฐฯ ผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
โลกว่าเหนื่อยแล้ว ไทยเหนื่อยกว่า!! เศรษฐกิจโตช้า หนี้ท่วม ดอกเบี้ยแพง เงินเฟ้อยังซ้ำ แล้วคนไทยจะรวยกี่โมง??
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
กลุ่มแอกซ่าเผยรายงาน ‘Future Risks Report 2026’ ชี้ AI แซงสภาพภูมิอากาศขึ้นแท่นเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ช้ำคือเรา“ สงคราม-น้ำมันแพง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่แค่ปัญหาของรัฐบาล เพราะคนจ่ายก็มีแต่เราเองนี่แหละ
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us