Official Update :

ADVANC มองการซื้อ 3BB ช่วยค่าบริการลดลงคาดดีลจบต้นปีหน้า พร้อมปรับเป้ารายได้ลงแม้กำลังซื้อฟื้นตัว

ADVANC เผยความคืบหน้าดีล TTTBB และ JASIF เดือนก.ย.จะมีการประชุมผู้ถือหุ้น และผู้ถือหน่วยการลงทุน หลังจากนั้น AWN จะทำการขออนุญาตในการเข้าทำธุรกิจกับ กสทช. ก่อนจะลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและหน่วยลงทุน ซึ่งคาดว่าขบวนการจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 1/66


นางสาวสมฤทัย ตัณฑกิตติ หัวหน้าแผนกงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของดีลของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 99.99% ในการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) (TTTBB) รวมทั้งการได้มาซึ่งบริษัทย่อยของ TTTBB อีกสองบริษัท คือ บริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต จำกัด และบริษัท อิน คลาวด์ จำกัด และการได้มาซึ่ง บริษัท ทรี บีบี จำกัด และเข้าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) จาก JAS  คิดเป็นสัดส่วน 19% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดนั้น


โดยลำดับต่อไปภายในเดือนกันยายนนี้ จะมีการประชุมผู้ถือหุ้น JAS และผู้ถือหน่วยการลงทุน JASIF หลังจากนั้น AWN จะทำการขออนุญาตในการเข้าทำธุรกิจกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ก่อนจะลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและหน่วยลงทุน ซึ่งคาดว่าขบวนการจะแล้วเสร็จช่วงไตรมาส 1/66


สำหรับดีลดังกล่าวจะ synergy ทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมของบรอดแบนด์ รวมทั้งการมีช่องการขายที่เพิ่มขึ้น และมีความแข็งแกร่ง 3BB ในต่างจังหวัด ซึ่งจะส่งผลบวกกับผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน และเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทจะเติบโตในธุรกิจบ้าน


ด้านนางสาว นัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์ และกำกับดูแลปฏิบัติงาน ADVANC กล่าวว่า ดีลดังกล่าวจะส่งผลดี โดยมองว่าจะเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจบรอดแบนด์ ได้อย่างรวดเร็ว ในการขยายพื้นที่บริการ โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัดได้กว้างขวางและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะใช้ความแข็งแกร่ง 3BB ขยายเข้าสู่พื้นที่ใหม่ๆ และ AIS ที่ไม่ได้มีแค่เน็ตบ้าน โดยจะทำให้ลูกค้ามีบริการที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งเน็ตบ้าน และมือถือ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนของลูกค้าถูกลงอีกด้วย และถือเป็นการทำให้ลูกค้าอยู่กับบริษัทในระยะยาวอีกด้วย


“เวลาเราให้บริการลูกค้าที่หลากหลาย เช่นใน 1 แพ็คเก็จมีทั้งเน็ตบ้าน มือถือ วิดีโอ ais play เป็นต้น ต้นทุนสำหรับลูกค้าแต่ละคนจะถูกลง เพราะเวลาที่ลูกค้าซื้อแพ็คเก็จแบบเหมารวมจะมีส่วนลด ถือเป็นประโยชน์ทั้งผู้บริโภค และบริษัทที่จะทำให้ลูกค้าอยู่กับเราในระยะยาว”นางสาว นัฐิยา กล่าว


สำหรับทิศทางผลประกอบการบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 คาดจะเห็นการฟื้นตัว เพราะธุรกิจยังเห็นการเติบโต ทั้งโมบาย บอดแบรนด์ และธุรกิจลูกค้าองกรณ์ ในด้าน cloud ที่ยังเห็นการเติบโตในทิศทางที่ดี โดยภาพรวมทั้งปี 2565 ปรับลดเป้ารายได้ปีเป็นเติบโต 1-3% จากเดิมคาดเติบโต 4-6% จากปีก่อน


ทั้งนี้เนื่องจาก เดิมคาดเศรษฐกิจจะอยู่ในทิศทางที่ดี แต่เจอการระบาดของ Covid-19 (โอมิครอน) และราคาน้ำมัน สินค้าอุปโภคเพิ่มขึ้น ทำให้การจับจ่ายใช้สอยชะลอตัว และนักท่องเที่ยวที่กลับมาในปริมาณที่ไม่สูง จึงต้องปรับประมาณการลดลงดังกล่าว ขณะที่ EBITDA ในปี 2565 คาดใกล้เคียงปีก่อน เพราะค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการใช้งบการตลาดให้สอดคล้องเศรษฐกิจที่ปรับตัวกลับเข้ามา


นอกจากนี้บริษัทปรับลดงบลงทุนปี 2565 เหลือระดับ 3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 3.0-3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งจากค่าเงินที่สูงขึ้น และการลงทุนให้สอดคล้องกับการมาของรายได้ โดยยังคงเน้น 5G เหมือนเดิม ซึ่งการลงทุนยังคงเน้นคุณภาพโครงข่ายของ 5G เพื่อระยะกลาง และระยะยาว ในอนาคต

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”