TFMAMA เผยรายได้Q2 ที่ 6.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ลูกค้ากว้านซื้อสินค้ากลัวการปรับราคาขาย ต้นทุนการผลิตพุ่ง กดกำไรร่วง 36 %
กำลังเกิดความเคลื่อนไหวที่สำคัญในสินค้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผู้ผลิตได้รวมตัวกันเพื่อขอปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 8 บาท เนื่องจากแบกต้นทุนไม่ไหว โดยภาวะดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดการกักตุนสินค้าและกระทบกับผู้ผลิตต้องเจอกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
โดยล่าสุด บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ได้ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 มีรายได้ 6,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.40 % ผลจากช่องทางจัดจำหน่ายที่ดีขึ้น และแรงหนุนจากการกว้านซื้อของลูกค้าที่กังวลการปรับราคาขาย ขณะที่กำไรอยู่ที่ 556.24 ล้านบาท ลดลง 36 % ผลจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ล่าสุดบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มียอดขายในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 6,538.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13.40 % การเติบโตมาจากยอดขายสินค้าทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดขายสินค้าบะหมี่สำเร็จรูปทั้งในประเทศเพิ่มขึ้น 13.87 % และต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 19.65 % ผลมาจากการระบายสินค้าที่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันมีการคาดการว่าจะมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันสินค้าอื่นๆมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้ง เบเกอรี่ มียอดขายเพิ่มขึ้น 6.55% ขนมปัง มียอดขายเพิ่มขึ้น 10.98 % และ น้ำผลไม้ มียอดขายเพิ่มขึ้น 39.58% ส่งผลให้ ยอดขาย 6 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 12,694.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9.84%
ทั้งนี้ TFMAMA เจอปัญหาต้นทุนที่กดดัน โดยไตรมาสที่ 2 มีต้นทุนการขายอยู่ที่ 4,763.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.12 % เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์ม แป้งสาลี ราคาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากภาวะสงครามรัสเซีย - ยูเครน ที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้ยังเผชิญกับปัญหาค่าใช้จ่ายและบริหารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,052.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.49% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายส่งออกเพิ่มขึ้น จากการเติบโตจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าระวางเรือยังอยู่ในระดับสูง
ผลดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 556.24 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 36.64% ภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และมีกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 1,164.98 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 32.29 %
