บล.กรุงศรี ยังแนะ ขาย OR ราคาเหมาะสม 22.00 บาท แม้กำไรไตรมาส 2/65 จะโตถึง 104% แต่ราคาหุ้นค่อนข้างแพงไปแล้ว
บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานว่าไตรมาส 2/65 มีกำไรสุทธิ 6,567.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,342.86 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 103.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 10,412.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,184.77 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.06% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ล่าสุดมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานคาดว่ากำไรจากธุรกิจน้ำมันจะลดลง แต่กำไรจากธุรกิจ lifestyle จะเร่งตัวขึ้นอีก โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ GPM/ลิตร น่าจะลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันในช่วงนี้ขยับลดลง
อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมของธุรกิจ lifestyle น่าจะยังแข็งแกร่ง นำโดย café amazon เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวมากขึ้น และมีวันหยุดยาวหลายช่วงในไตรมาส 3 โดยยังคงระมัดระวังกับแผนลงทุน (capex) ของ OR เพราะตั้งแต่กลางปี 2563 เป็นต้นมา บริษัทลงทุนไปแล้ว 4.5 พันล้านบาท แต่ยังไม่มีการลงทุนไหนที่ทำกำไรให้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญเลย
โดยราคาหุ้นในปัจจุบันค่อนข้างแพงแล้ว เพราะธุรกิจน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนกำไร ขณะที่ GPM/ลิตร ขึ้นกับความผันผวนของราคาน้ำมัน โดยได้รวมประมาณการกำไรจากสต็อกน้ำมันเข้าไว้ในแบบจำลอง และเพิ่มกำไรปี 2565 ขึ้นอีก 40% ยังคงแนะนำขาย และประเมินราคาเป้าหมายที่ 22 บาท คิดเป็น PE ปี 65 ที่ 17.0 เท่า
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 3/65 มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อนจากค่าการตลาดที่มีแนวโน้มลดลงมาจาก 1.61 บาท/ลิตรหลังราคาน้ำมันมี Upside จำกัด (Stock gain ไม่สูงเท่าไตรมาส 2/65) รวมถึงการเข้าสู่ฤดูฝน (การเดินทางในประเทศน้อยลง) แต่คาดจะยังสามารถเติบโตได้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่ต่ำ เพราะ ค่าการตลาดที่สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2) ปริมาณขายของธุรกิจน้ำมันและ Café Amazon ที่ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 เริ่มคลี่คลาย
แม้ประมาณการปี 2565 ของฝ่ายวิจัยจะมี Upside จากกำไรปกติไตรมาส 2/65 ที่สูงกว่าคาดมาก แต่มองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นผลจากค่าการตลาดน้ำมันที่สูงกว่าปกติมากในช่วงครึ่งปีแรกปี 65 และมีโอกาสน้อยที่แนวโน้มดังกล่าวจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 จึงยังคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2565 ที่ 29.00 บาท/หุ้น โดยราคาปัจจุบันซื้อขายสูงกว่าหุ้นกลุ่มสถานีบริการน้ำมันอื่นค่อนข้างมาก จึงคงแนะนำ “TRADING”
