Official Update :

คัด 5 หุ้นตัว Top กลุ่มอสังหาฯ ครองแชมป์กำไรมากสุดไตรมาส 2/65 จับตา! ผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง

ผ่านไปแล้วสำหรับการประกาศงบบริษัทจดทะเบียนในรอบไตรมาส 2/65 ซึ่งก็มีหลายบริษัทที่รายงานกำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และก็มีอีกหลายบริษัทเช่นกันที่รายงานกำไรออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดย Wealthy Thai ได้หยิบยกอีกหนึ่งกลุ่มยอดนิยมของนักลงทุนอย่าง “อสังหาริมทรัพย์” ประเภทที่อยู่อาศัยมาฝากนักลงทุน ว่าบริษัทไหนที่มีกำไรสุทธิมากสุดในไตรมาส 2/65


ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลผ่าน setsmart พบว่า LH ครองแชมป์กลุ่มที่รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/65 ออกมามากสุด ตามมาด้วย SPALI AP SIRI และSC ที่ตกเป็นอันดับที่ 5 ดังนั้นนับจากนี้หุ้นดังกล่าวจะมีทิศทางการเติบโตอย่างไร Wealthy Thai หาคำตอบให้นักลงทุนแล้ว


เริ่มจาก LH โดยนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า LH มีแผนจะเปิดโครงการใหม่อีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้านบาทในครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งหมายความว่าโมเมนตัมของยอด presales และยอดโอนจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ นอกจากนี้ LH ยังมีกำหนดเปิดโรงแรมใหม่ “Grande Centre Point Space Pattaya” ในไตรมาส 3/65 และศูนย์การค้าใหม่ “Terminal พระราม 3” ในไตรมาส 4/65 ด้วย ซึ่งจะหนุนรายได้ recurring income ในครึ่งหลังของปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นแล้วว่า occupancy rate ของโรงแรมในพอร์ตของ LH กำลังขยับเพิ่มขึ้นจาจุดต่ำสุดที่ประมาณ 20% ในช่วงที่ COVID-19 ระบาดระลอกแรกในปี 63 เป็น 70-80% ในไตรมาส 2/65 นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขายตึกอะพาร์ตเมนต์ในสหรัฐ และเราคาดว่า LH จะบันทึกกำไรจากการขายประมาณ 1 พันล้านบาท


ดังนั้นยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ LH ประเมินราคาเป้าหมาย 11.30 บาท มองอสังหาฯในกลุ่ม high-end ยังมีอุปสงค์แข็งแกร่งซึ่ง LH ก็มีฐานที่มั่นคงในตลาดกลุ่มนี้ คาดว่าผลประกอบการของ LH จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในปีนี้ จากยอดโอนที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของโครงการแนวราบ และคอนโดมิเนียม รวมถึงรายได้ equity income ที่จะฟื้นตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว และกำไรจากการขายตึกอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐ และยังมองว่าแนวโน้มการเติบโตจะกลับลงมาอยู่ระดับปานกลางในปี 66-67 แต่กำไรจะยังสามารถโตได้ต่อเนื่อง โดยยังคาดว่า LH จะขายสินทรัพย์ในประเทศบางรายการออกไปในปี 66 ซึ่งยังไม่ได้รวมเข้าไว้ในประมาณการของฝ่ายวิจัย


ถัดมา SPALI นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งหลังปีนี้ 21 โครงการ รวมมูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท เป็นสัดส่วนแนวราบที่ 95% แบ่งเป็นการเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3-4/65 จำนวน 9 โครงการ และ 12 โครงการ เป็นผลให้คาด Presale ในครึ่งหลังปีนี้จะ เติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากครึ่งปีแรก และมีโอกาสที่บริษัทจะทำ Presale ทั้งปีได้สูงกว่าเป้าหมาย


สำหรับกำไรปกติในครึ่งหลังปีนี้คาดเติบโตจากครึ่งแรก แต่ลดลง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานสูง โดยได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้จาก Backlog โครงการแนวสูงสร้างเสร็จใหม่ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ประกอบกับจะมีโครงการแล้วเสร็จใหม่ 1 โครงการคือ Supalai City Resort Charan 91 เริ่มโอนในไตรมาส 3/65 ปรับประมาณการกาไรปกติปี 2565/66 ขึ้น 8% และ 3% เป็น 7.1 พันล้านบาท (ทรงตัวจากปีก่อน) และ 6.9 พันล้านบาท ลดลง 2%จากปีก่อน ตามลำดับแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท


AP โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังปีนี้บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 40 โครงการ รวมมูลค่า 5.4 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (แต่ลดลงจากครึ่งปีแรกจากฐานสูง) หนุนจาก การรับรู้ Backlogโครงการแนวราบจาก ณ สิ้นครึ่งปีแรกกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท


บวกกับแผนเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่ในครึ่งหลังของปีนี้ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80.6% ซึ่งมีวัฏจักรการรับรู้รายได้ที่สั้นและจะหนุนยอดโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่เหลือของปี และการเริ่มโอนโครงการแนวสูงสร้างเสร็จใหม่ 2 โครงการในไตรมาส 3/65 ได้แก่ JV-Life Sathorn Sierra (6.3 พันล้านบาท Sold 55%) และ JV-Rhythm Ekkamai Estate (3.4 พันล้านบาท Sold 30%) โดยเราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2565/66 ขึ้น 14.0% และ 10.9% เป็น 5.8 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 26.5%จากปีก่อน) และ 6พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.8%จากปีก่อน) ตามลำดับ (คาดทำระดับจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 13.60 บาท


SIRI โดยนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เชื่อว่ากำไรอาจแผ่วลงในไตรมาส 3/65 จากฐานที่สูงของรายได้อื่น (รายได้จากการริบเงินจองและเงินดาวน์)  ในไตรมาส 2/65 โดยคาดว่าผลประกอบการจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้งในไตรมาส 4/65 เมื่อบริษัทถึงกำหนดโอนโครงการ  คอนโดมิเนียม JV ใหม่ “XT พญาไท” ซึ่งมูลค่าโครงการสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท  ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะยังมี upside และผลประกอบการจะออกมาแข็งแกร่งในไตรมาส 2 แต่ผลประกอบการที่ดีเกินคาดมาจากการริบเงินจองลูกค้าซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่มีความไม่แน่นอน และอุปสงค์ที่อยู่อาศัยของกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ยังอ่อนแอ ดังนั้น จึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 1.28 บาท


และสุดท้าย SC โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนะนซื้อ ราคาเป้าหมาย 4.60 บาท แนวโน้มกำไรครึ่งหลังของปีนี้ เด่นขึ้นต่อ จากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อนในทุกไตรมาส โดยคาดไตรมาส 3/65 จะไต่ระดับขึ้น จากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่อเนื่องในไตรมาส 4 เป็นไตรมาสดีสุดของปี ผลักดันจากทั้งแนวราบที่โตดีจากการรับรู้ Backlog ยกมาที่อยู่ระดับสูง คาด 5.6 พันล้านบาท บวกกับแผนเปิดตัวจำนวนมากในไตรมาส 2/65 ถึงครึ่งปีหลังของปีนี้ ภายใต้ปริมาณสต็อกแนวราบเพิ่มมีนัยตั้งแต่ไตรมาส 3 จากผลของการปรับระยะเวลาการสร้างสินค้ารอขายยาวขึ้น และเพิ่มจำนวนผู้รับเหมา หนุนด้วยแผนโอนคอนโดใหม่ในไตรมาส 4 จำนวน 3 โครงการ


อย่าง SCOPE Langsuan, SCOPE Promsri และ The Crest Park Residences (JV) ซึ่งมี Backlog รอรับรู้ 4.6 พันล้านบาท ขณะที่ด้านต้นทุน แม้ค่าก่อสร้างมีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาวัสดุก่อสร้าง แต่บริษัทมีการบริหารจัดการได้ดี รวมถึงอุปสงค์แข็งแกร่งในแนวราบระดับบนเอื้อต่อการปรับราคาขายสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาดยังรักษาอัตรากาไรขั้นต้นเกณฑ์ดี ดังนั้นจึงคงประมาณการกำไรปี 65 เติบโต 15% มาที่ 2.4 พันล้านบาท ทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 64


นอกจากนี้ยังมีแบรนด์และฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางกลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นระดับ Mid-to-High และ High-End ที่กำลังซื้อดีและมีอุปสงค์แข็งแกร่ง จะเป็นแรงขับเคลื่อนยอดขาย รวมถึงมองว่าถูกกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นน้อยกว่ารายอื่น คาดให้ปันผล 6-7% ต่อปี



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”