MINT หุ้นสุดสตรอง! ฝ่าได้ทุกมรสุม แม้ราคาปรับขึ้น แต่ยังน่า “ซื้อสะสม” รับแนวโน้มธุรกิจโรงแรม-อาหารฟื้นตัว
MINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ติดอยู่ในลิสต์รายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำให้ลงทุน จากแนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งบริษัทยังมีความแข็งแกร่ง สามารถยืดหยัดผ่านวิกฤติ Covid-19 มาได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึง Cash flow และความสามารถในการบริหารจัดการ
ขณะเดียวกันในด้านของราคาหุ้น แม้จะปรับขึ้นมาตอบรับปัจจัยบวกด้านผลประกอบการบ้างแล้ว แต่ยังมีความน่าสนใจ และสามารถเข้าสะสมเป็น “หุ้นตัวแรก” ได้
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงาน นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมกำลังดีกว่าช่วงก่อนเกิด Covid-19 ในหลายๆ ตลาด ขณะที่ตลาดไทยซึ่งยังฟื้นช้ากำลังดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเปิดประเทศ ขณะที่ธุรกิจอาหาร ในเดือน ก.ค. 2565 การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ฟื้นตัวเด่นมาก จากฐานที่ต่ำในปีก่อน และตลาดจีนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติหลังการเปิดเมืองอีกครั้ง
โดยตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของกำไรของ MINT อย่างเต็มศักยภาพ ราคาหุ้นยัง Laggard CENTEL กับ ERW ซึ่งคาดว่าเพราะตลาดพยายามเลี่ยงความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป แต่จากตัวเลข Operation ที่ดีขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้าที่ดี ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดกลัวเกินไปและเป็นโอกาสในการสะสม ดังนั้ง จึงคงประมาณการและคำแนะนำ"ซื้อ" MINT อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2566 ที่ 45.00 บาทต่อหุ้น
ส่วนประเด็นที่ MINT เหมาะจะลงทุนเป็น “หุ้นตัวแรก” ของนักลงทุนมือใหม่หรือไม่นั้น คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ให้ความเห็นกับ Wealthy Thai ว่า MINT เป็นหนึ่งในหุ้นที่ดี และยังน่าสนใจมากๆ เพราะสามารถฝ่ามรสุมในช่วงที่ Covid-19 ระบาดอย่างหนัก ซึ่งทำให้เกิดการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้รายได้ในส่วนของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารลดลง
ประกอบกับบริษัทยังมีภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจากการออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นใน NH Hotel Group (NHH) แต่ MINT ยังสามารถผ่านมาได้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ Cash flow เพราะฉะนั้นจึงมองว่า MINT ผ่านภาวะที่แย่ไปแล้ว และพื้นฐานของบริษัทมีความแข็งแกร่งมาก
โดยประเมินธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในประเทศจะได้รับปัจจัยบวก จากการ Reopening และการประกาศให้ Covid-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวและกำลังซื้อของไทยกลับมาฟื้นตัว สนับสนุนให้ผลประกอบการกลับมา turnaround ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง จากครึ่งแรกของปี 2565 ที่ยังขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,232 ล้านบาท
ในส่วนของราคาหุ้น แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น MINT จะปรับขึ้นตอบรับปัจจัยบวกแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้นแล้ว แต่มองว่าหุ้น MINT ในระดับราคาปัจจุบันยังสามารถเข้าสะสมได้
อย่างไรก็ตาม MINT มีประเด็นที่ติดต้องระมัดระวังและติดตาม คือ 1. ปัจจัยกดดันในยุโรปจากภาวะเงินเฟ้อและความกังวลการขาดแคลนก๊าซในช่วงฤดูหนาว ซึ่งต้องรอติดตามในระยะถัดไปว่าจะส่งผลกระทบต่อ MINT มากน้อยแค่ไหน และ 2. โรคระบาดหรือสถานการณ์ที่อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์หรือจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ

