JMART จัดทัพ! เตรียมนำ 9 บริษัทลูกเข้า IPO SGC นำร่องคาดเริ่มเทรดไตรมาส 4 นี้
JMART ประกาศแผนระดมทุนครั้งใหญ่ กางไทม์ไลน์ส่ง 9 บริษัทในเครือเข้าตลาดหุ้นตั้งแต่ปลายปี 2565 ไปจนถึงปี 2568 หวังต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่าเร็วๆนี้เตรียมประกาศปิดดีลลงทุนอีกครั้ง และช่วงไตรมาส 4/65 เตรียมปิดดีลการลงทุนขนาดใหญ่อีกด้วย
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนนำ 4 บริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ประกอบด้วย บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ผู้ให้บริการสินเชื่อภาพใต้แบรนด์ SG Capital ที่เตรียมเข้าซื้อขายในช่วงไตรมาส 4/65
ถัดมาปี 2566 มีแผนนำ 3 บริษัทเข้าตลาดหุ้น คือ บริษัท พีอาร์ ทีอาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRTR ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากรและให้บริการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Outsourcing) แบบครบวงจร มีแผนเข้าระดมทุนในช่วงปี 2566 โดย JMART ตกลงจะซื้อหุ้น PRTR จำนวน 90 ล้านหุ้น ในราคาเท่ากับราคา IPO โดยบริษัทจะเข้าซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าวในวันแรกที่หุ้น PRTR ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในปีเดียวกัน 2566 บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด (JAM) และ jaymart insurance ที่มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน
ต่อมาปี 2567 มีแผนเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น 2 บริษัท คือ KBJ Capital และ บริษัท เจ เวนเจอร์ส จํากัด ขณะที่ปี 2568 อีกจำนวน 3 บริษัท คือ Beans and Brown ตามด้วย บริษัท เจดี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการดีลเลอร์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ และJGS Synergy Power บริษัทร่วมทุนระหว่าง JMART SINGER และ GUNKUL เพื่อนำ Solar Rooftop, EV Charger และ Solar Rooftop พร้อมสินเชื่อ สู่ช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการช่วงไตรมาส 3/65 คาดว่าจะเติบโตจากไตรมาส 2/65 และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก ความแข็งแกร่งของบริษัทในเครือ และฐานช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่สูง ขณะที่ช่วงไตรมาส 4/65 4 คาดเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี เพราะทุกบริษัทในกลุ่มมีทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน และ JMT ที่ทำ JV กับ KBANK ที่จะเริ่มส่งผลในไตรมาสนี้ ดังนั้นจึงคาดว่าภาพรวมทั้งปี 2565 กำไรสุทธิจะเติบโต 50% จากปีก่อน
ด้านนายกิติพัฒน์ ชลวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART เปิดเผยว่า เร็วๆนี้ บริษัทมีแผนจะประกาศดีลการลงทุนเพิ่มเติมจำนวน 1 ดีลที่จะปิดดีลการลงทุน และไตรมาส 4 คาดปิดดีลขนาดใหญ่เพิ่มเติม 1 ดีล โดยไตรมาส 4 คาดใช้เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อรับการลงทุนเป็นพาร์ทเนอร์ถือหุ้นทั้งในบริษัทในตลาด และนอกตลาดหุ้น ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสขยายไปยังต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโต
