MAKRO ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก รายใหญ่ของไทย ราคาอยู่ในโซนน่าเข้า “ซื้อ” เหมาะเป็น “หุ้นตัวแรก” รับผลงานมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
การเปิดประเทศนอกจากจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยแล้ว ยังช่วยสนับสนุนให้กำลังซื้อภายในประเทศกลับมาฟื้นตัวตามการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรม กลับมาดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้อีกครั้ง
ซึ่ง MAKRO หรือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับผลบวกจากประเด็นดังกล่าวข้างต้น เพราะกลุ่มลูกค้าของบริษัทคือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวและผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนธุรกิจบริการต่างๆ เติบโต ก็จะผลักดันให้ MAKRO ฟื้นตัวได้เช่นเดียวกัน
แม้ผลงานในไตรมาส 2/65 อาจเห็นการฟื้นตัวที่ไม่เด่นชัดมากนัก แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 4/65 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจค้าปลีก ขณะเดียวกันราคาหุ้นของ MAKRO ก็ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก จากราคาขายหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป (PO) ที่ 43.50 บาท ล่าสุดวันที่ 26 ส.ค. 65 ราคาอยู่ที่ 34.75 บาท หรือปรับตัวลง 20.11% จากราคา PO
ดังนั้น ด้วยราคาที่ปรับลงมาค่อนข้าง ประกอบกับธุรกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงอาจเป็นโอกาสเหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจซื้อหุ้น หรือแม้กระทั่งนักลงทุนมือใหม่ที่เตรียมจะซื้อ MAKRO เป็นหุ้นตัวแรกด้วย!!
โดยคุณอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ ให้มุมมองกับ Wealthy Thai ว่า MAKRO เป็นอีกหุ้นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ด้วยราคาที่ปรับลงมาอยู่ในระดับต่ำจากราคาขายหุ้น PO ค่อนข้างมาก ส่วนแนวโน้มโดยรวมยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว โดยเฉพาะไตรมาส 4/65 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยจำนวนมาก
ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ MAKRO คือกลุ่ม HORECA ซึ่งประกอบไปด้วย ธุรกิจโรงแรม (Hotel), ร้านอาหาร (Restaurant), กาแฟและธุรกิจจัดเลี้ยง (Café and Catering) ทำให้ยอดขายของบริษัทน่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ผลประกอบการของ Lotus's จะออกมาเป็นอย่างไร
ส่วนแนวโน้มในปี 2566 คาดว่าผลประกอบการของ MAKRO จะเติบโตก้าวกระโดด โดยประเมินกำไรสุทธิขยายตัวราว 45% บล.ทิสโก้ จึงยังแนะนำ ซื้อ และให้ราคาเป้าหมายในแง่ปัจจัยพื้นฐานที่ 43.00 บาท
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามและระมัดระวังสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่จะเข้าลงทุน MAKRO เป็นหุ้นตัวแรก คือ 1. หากเศรษฐกิจฟื้นตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์หรือจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาน้อยกว่าที่ประเมินไว้ก็อาจเป็นดาวน์ไซด์ แต่มองโอกาสเกิดขึ้นน่าจะน้อย และ 2. โรคระบาดใหม่ที่อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์หรือการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเช่นกัน

